บล็อก Blog
บล็อก Blog บล็อก บลอก บล๊อก หาเพื่อน บล็อก Blog  
  *:•.♥ My Lovely Nuit ♥.•:* blog บล็อก บล็อก
หน้าแรก อัลบั้ม ปฏิทิน เพื่อน บล็อกโปรด สมุดเยี่ยม
ค้นหา    แบบละเอียด
•:* what's on*:•

 

nuitnuit.gif


ประวัติ
สถานที่ กรุงเทพมหานคร,
ดูรายละเอียดประวัติ
ชื่อกล่องใหม่
•*blog ของเพื่อนๆ*•*
เพื่อน
เพลง
ชื่อกล่องใหม่
ชื่อกล่องใหม่
ชื่อกล่องใหม่
ชื่อกล่องใหม่
ยินดีต้อนรับสู่  blog ของนุ้ยค่ะ
 

 
 
 
haru_01.gifyushi_01.gif haru_01.gif
 
บล็อก
การรวบรวม
สถิติรวม
เขียนบล็อก (147)
คอมเมนท์ (17447)



อะไรสักอย่าง ดลใจให้นุ้ยโทรไปหาน้องสาวของแฟนเก่าเมื่อ 2-3 วันก่อน ..


"พระเป็นยังไงบ้าง" นุ้ยถาม "สึกหรือยังจ๊ะ"


"ยังจ้ะ แต่ว่าใกล้สึกแล้วล่ะ เห็นว่าจะเป็นอาทิตย์หน้า" เธอตอบ


"นุ้ยไม่ได้ไปที่วัดเลย งานบวชก็ไม่ได้ไป ไม่ว่างจริงๆ แต่ละอาทิตย์ นุ้ยออกต่างจังหวัดตลอด" ถึงจะเป็นเรื่องจริงแต่ก็เหมือนคำแก้ตัวจนตัวเองรู้สึกได้


เธอนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ
"ไม่เป็นไรจ้ะ เดี๋ยวจะบอกให้ว่านุ้ยฝากเยี่ยม"

@@@@@@@@@

จบบทสนทนาของเรา แต่นุ้ยยังคงนอนคิด...

น่าเกลียดไหมนะ .. ถ้างานบวชพี่เขานุ้ยก็ไม่ได้ไป ..แล้วหลังจากนั้นยังไม่ไปเลยสักครั้ง


คำว่า "ไม่ว่าง" เป็นความจริง.. งานบวชตรงกับวันธรรมดา หลังจากนั้นนุ้ยก็ไม่ได้อยู่บ้านเลยสักอาทิตย์ ช่วงเดือนแรกคือการย้ายงานใหม่ ที่ทำให้ชีวิตนุ้ยสับสน วุ่นวายไปหมด.. ช่วงสุดสัปดาห์ราวกับสวรรค์ นุ้ยโผออกจากบ้าน สดชื่น รื่นเริงไม่เว้นแต่ละวัน

นุ้ยไม่ได้คิดถึงพี่เขาเลยด้วยซ้ำ..

แต่ย้อนไปตั้งแต่เจ็ดปีก่อน ก็ผู้ชายคนนี้แหละ ที่เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของนุ้ย เมื่อครั้งที่เราอยู่ในต่างแดน ...


วันเสาร์นุ้ยพาลูกค้าไปสัตหีบ .. แต่วันอาทิตย์ นุ้ยอาจเลื่อนนัดเพื่อนได้....

@@@@@@@@

วันอาทิตย์บ่าย นุ้ยนัดดิวที่ไอทีสแควร์ .. เราเตรียมสังฆทานไปหนึ่งชุด ธูปเทียน พวงมาลัย..


ทางไปวัดฟ้าคราม ค่อนข้างยากสำหรับคนไม่เคยรู้จัก เมื่อตอนคบกัน พี่ยะเคยพานุ้ยไปหนเดียว


วันนี้เราสองคนช่วยกันกางแผนที่.. เพื่อความแน่ใจ นุ้ยเซ็ต GPS ไปตรงให้ใกล้ที่สุด.. หมู่บ้านฟ้าคราม.
.

ถนนหักโค้งไปมา.. นุ้ยขับรถมึนๆ พลางบ่นกะดิว


"หลวงพี่นะหลวงพี่ จะบวชวัดใกล้ๆ หน่อยก็ไม่ได้ ถ้าไม่บวชวัดพระศรี ใกล้บ้านนุ้ย บวชวัดหัวลำโพงใกล้บ้านหลวงพี่ก็ยังดี"


"เฮ้ย" ดิวสะกิด "อย่าบ่นน่าแก เดี๋ยวได้บาปมากกว่าบุญ"

GPS นำทางมาจนถึงทางเข้าหมู่บ้าน แต่ไม่มีวัด ระบุในเครื่อง.. นุ้ยเลี้ยวเข้าซอยหมู่บ้าน แล้วถามมอเตอร์ไซค์

"วัดฟ้าครามเหรอครับ.. ซอยถัดไป"


นุ้ยวนรถออกมาอีกครั้ง  ผ่านลานจอดรถบัส เข้าอีกซอย.. เห็นวัดอยู่ใกล้ๆ .. แต่เอ๊ะ.. มันทางเข้าหมู่บ้าน


"วัดฟ้าครามเหรอคะ .. นั่นแน่ะน้อง ซอยข้างๆ ที่มันเป็นลูกรัง" พี่ที่กวาดหน้าบ้านอยู่ พูด


นุ้ยกับดิวมองหน้ากัน เมื่อกี้เราไม่เห็นสักซอย.. จนเมื่อวนรถมาอีกทีนุ้ยตัดสินใจเลี้ยวรถ เข้าไปในลานจอดรถทัวร์ที่เห็น..


"นั่นไง หลังพุ่มไม้ เป็นถนน" ดิวชี้ให้ดู.. นุ้ยค่อยๆขับรถเข้าไปในถนนลูกรัง หลุมบ่อ น้ำขังจากฝนตก รถคันเล็กที่นุ้ยขับ แทบจะติดหล่มหลายครั้ง

และในที่สุด เราก็เดินทางมาถึงวัด...

เงียบ.. สนิท.. เหมือนทั้งวัดไม่มีคน
จนนุ้ยเหลือบไปเห็นภิกษุรูปหนึ่งยืนอยู่ไกลๆ


"ไปยังไงต่อล่ะเนี่ย" ดิวถามเมื่อนุ้ยจอดรถเสร็จแล้ว
"ไม่รู้สิ.. เดี๋ยวถามพระรูปที่ยืนอยู่ก็ได้.. "
"ไหน ฉันยังไม่เห็นมีสักรูป" ดิวว่า นุ้ยหันไปมองตาม.. ไม่มีจริงๆด้วย..มีเพียงลานว่างๆ

นุ้ยขนลุกซู่...เหลียวหน้าเหลียวหลังล่อกแล่ก

จนเมื่อหลวงพี่รูปเดิมท่านขยับมาพ้นเสานั่นแหละ นุ้ยถึงนึกขึ้นได้ว่า..

ดิวมันสายตาสั้น.. ฮ่าๆๆๆๆ

"มาหาหลวงพี่ธัญญะค่ะ" นุ้ยบอกหลวงพี่ รูปที่ยืนอยู่
"นั่งคอยที่ศาลาก่อนโยม" ท่านบอก "ธัญญะ เพื่อนมาหา" ประโยคหลังท่านหันไปบอกภิกษุหนึ่งในสองรูป ที่นั่งคุยกันอยู่แถวนั้น รูปหนึ่งลุกยืนขึ้นมา..

ท่าเดินยอบๆ ตัวลีบๆ เป็นท่าที่นุ้ยคุ้นเคย

นุ้ยหันหลัง แล้วเดินไปรอศาลาปฏิบัติธรรม ได้ยินเสียงบอกเบาๆ ว่า "บอกเพื่อนด้วยนะ ว่า พระกับสีกาจะคุยกันลำพังไม่ได้ ต้องมีโยมผู้ชาย หรือพระอีกรูปนั่งฟังด้วย"
"งั้นนิมนตร์หลวงพี่เลยครับ"

ดังนั้น บนศาลา จึงมี นุ้ย ดิว หลวงพี่ธัญญะ และพระอีกรูป นั่งอยู่ใกล้ๆ
"หลวงพี่สบายดีเหรอคะ" นุ้ยถามหลังจากกราบท่านเรียบร้อย..
"สบายดี อาตมาผอมไปหรือเปล่า" ท่านถาม
เราสองคนพยักหน้า นุ้ยเห็นตั้งแต่ท่านเดินเข้ามาแล้ว แต่ไม่อยากทัก
"อาตมาฉันได้มื้อเดียว ตอน8 โมง"

วัดฟ้าครามเป็นวัด ปฏิบัติ พระสงฆ์ที่นี่ไม่ได้ฉันเพล แต่จะฉันตอน 8 โมงเช้า

บรรยากาศค่อนข้างเงียบ นุ้ยไม่รู้จะถามอะไรดี หลวงพี่จึงบอกว่า
"อาตมาจะเล่ากิจให้ฟังแล้วกัน.. ปกติที่นี่ก็ตื่นตีสี่ ทำวัตรเช้า พอเริ่มสางก็บิณฑบาต กลับมาซักผ้า แล้วก็ทำความสะอาดวัด 8 โมงเช้าฉัน ล้างบาตร เสร็จแล้วก็สวดมนตร์ ทำกิจของสงฆ์ต่อ.."
ท่านเล่ายาวค่ะ แต่นุ้ยจำไม่ได้

นุ้ยไม่กล้าถามว่าท่านจะสึกเมื่อไหร่ เพราะรู้ว่าเรื่องพวกนี้เขาไม่ควรถาม จนหลวงพี่พูดขึ้นมาเอง
"เดี๋ยวประมาณอาทิตย์หน้าอาตมาก็จะสึกแล้วล่ะ"
"อ้าว ไหนหลวงพี่บอกนุ้ยว่าจะบวช 2 เดือนไงคะ"

"อาตมาขอโยมพ่อ กั่บหลวงพ่อแล้ว อาตมาคงอยู่ 2 เดือนไม่ไหว แต่พอดี มันยังไม่มีฤกษ์สึก"
"ทำไมอยู่ไม่ไหวล่ะคะ "นุ้ยสงสัย แต่ก็อดมองหลวงพี่รูปที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ไม่ได้
"มัน.. ลำบาก"ท่านอ้อมแอ้ม
"อ้าว... " เราสองคนร้องเกือบพร้อมกัน
"อาตมาต้องนอนกับพื้นเสื่อ นั่นพอไหว แต่ผ้าอาตมาไม่เคยซัก จานก็ไม่เคยล้าง มืออาตมาเจ็บไปหมดเลย"
นุ้ยลอบถอนหายใจเบาๆ .. นั่นประไร ..
"แต่มันก็ดีไม่ใช่เหรอคะหลวงพี่ อีกหน่อยก็ชิน"


ท่านนิ่งไปพักใหญ่ "อาตมาไม่เคยอยู่อย่างลำบากไง ปกติงานพวกนี้อาตมาไม่เคยทำ มาวันแรกๆ มืออาตมาปวดไปหมด งอได้ แต่เหยียดไม่ได้ แล้วเวลาบิณฑบาต มันใส่รองเท้าไม่ได้ อาตมาเดินเท้าเปล่าออกไป วันแรก โดนหินบาด เลือดออก โดนทุกวัน จนโยมแม่เอาพลาสเตอร์ยามาให้ นี่อาตมาใช้ไปหมดแล้ว นี่ต้องเบิกจากวัด"

พอพูดถึงเรื่องนี้ นุ้ยก็ชักสงสาร แต่พระบ่นไม่ได้ไม่ใช่เรอะ นุ้ยเหลือบมองหลวงพี่อีกรูป ที่นั่งอยู่ห่างๆ อย่างเกรงใจ กลัวท่านจะรู้สึกว่า หลวงพี่ธัญญะ หนักไม่เอาเบาไม่สู้


"หลวงพี่ก็ต้องอดทน จะได้ลองลำบากบ้างไงคะ อยู่ไปนานๆ มันก็ชินเอง ดีกว่าหลวงพีตื่นมาก็นั่งโต๊ะทำงาน สุขภาพไม่แข็งแรง"


ท่านยิ้มแหยๆ "อาตมาก็พยายามทนแล้ว แต่มันไม่หายสักที"


"แล้วนี่ใครมาเยี่ยมหลวงพี่มั่งคะ โยมพ่อโยมแม่มาบ่อยหรือเปล่า เพื่อนๆล่ะ"
นุ้ยเปลี่ยนเรื่อง


"โยมแม่มาทุกวันอาทิตย์ แต่อาทิตย์นี้ไม่มา โยมพ่อไม่ได้มาสองอาทิตย์แล้ว เพราะพระอาจารย์ที่ท่านนับถือลงมากรุงเทพ.. ส่วนเพื่อนๆ โยมเคนมา โยมตึ๋ง ยังไม่มาเลย .. เพื่อนที่ทำงานที่เพิ่งออก ก็มากัน 2-3 คน.. แต่ที่ทำงานก่อนหน้านั้นที่สนิทกันก็ไม่ได้มา"


"เขาอาจจะไม่ว่างก็ได้ .. หลวงพี่อย่าบ่นสิคะ"


"อาตมาไม่ได้บ่น.. แค่พูดให้ฟัง .. ส่วนผู้จัดการอาตมามา 3 หนแล้วนะ..อาตมาก็ไม่ได้อะไร ถือว่าอโหสิกันไป" หลวงพี่พูดถึงผู้จัดการบริษัทล่าสุด ที่ทะเลาะกันรุนแรงจน "พี่ยะ" ลาออก


"เขามาก็แสดงว่าเขาไม่ได้ตัดขาด หลวงพี่จะบอกว่าอโหสิให้ ก็ดีแล้ว แต่อย่าลืมว่าตอนนั้น หลวงพี่ก็ผิด..จะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้.."

 

@@@@@@@@@

บทสนทนาของเราดำเนินไปด้วยเรื่องไร้สาระ.. ส่วนใหญ่จะเป็นคำบ่นของหลวงพี่..


ท้ายสุด นุ้ยขอถวายสังฆทาน หลวงพี่มองหน้า พระอีกรูป ซึ่งท่าน พยักหน้าให้.. "ธัญญะรับเลย ให้พรเองเลยด้วย"

"หลวงพี่ต้องกล่าวนำนะคะ นุ้ยกับดิว จำไม่ได้" นุ้ยว่า
"ไม่ต้องกล่าวก็ได้ ให้เลย.. เดี๋ยวอาตมาสวดให้พร" (อะ อ้าว.. หลวงพี่..) นุ้ยเหลือบไปมองพระอีกรูป เห็นท่านไม่ได้ว่าอะไร ก็เลยปล่อยเลยตามเลย

ถ้าปกติเวลาทำบุญด้วยกัน 'พี่ยะ' จะไม่ใช่คนกล่าวถวายสังฆทานนำนุ้ยแจ้วๆ นุ้ยต้องคิดว่า หลวงพี่ธัญญะ จำคำสวดไม่ได้แน่..

บทให้พรยาว.. หลวงพี่สวด เรื่อยๆ แม้จะดูไม่ชินบ้าง แต่ก็ไม่ตะกุกตะกัก

ได้เวลาอันควร ..เกรงใจพระอีกรูปที่ท่านต้องมานั่งอยู่ด้วย นุ้ยกราบลาหลวงพี่ ทั้งสองรูป

"กี่ครั้งวะดิว"นุ้ยกระซิบถาม
"ไม่รู้ว่ะ.. ครั้งเดียวมั๊ง" มันกระซิบตอบ
"เอ่อ.. หลวงพี่คะ กราบพระสงฆ์กราบกี่ครั้งคะ" นุ้ยข่มความขายหน้า ถามหลวงพี่ไปตรงๆ
" 3 ครั้งโยม"
นุ้ยเหลือบมองพระรูปข้างๆ ท่านยิ้มขำๆ
น่าอายชะมัด

 

ก่อนลุกออกมาส่ง หลวงพี่หันไปมองดิว


"โยมดิว ขอให้สอบเข้าเรียนต่อโทได้นะ.. "
"ส่วนโยมนุ้ย...ขอให้ประสบความสำเร็จในทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการงานและเรื่องครอบครัวตลอดไปนะ"
เราสองคนกราบท่านอีกครั้ง
"ไปเถอะ อาตมาเดินไปส่ง"

@@@@@@@@@@@

เมื่อขับรถออกมาผ่านซอยลูกรังนั่นอีกครั้ง นุ้ยเหลือเห็นก้อนกรวด หิน และเศษขยะ เศษแก้วอยู่บนพื้น.. แล้วน้ำตาคลอ


 ถ้าหลวงพี่ไม่บอกว่าพลาสเตอร์ยาขอจากวัดได้ นุ้ยจะขับรถไปหาซื้อแล้วกลับไปถวายเสียเดี๋ยวนั้น

"สงสารหลวงพี่เหมือนกันนะ" ดิวเปรยขึ้น "ท่านคงเหงา ..เห็นท่านออกมายืนส่งแล้วมองตาม ท่านคงไม่อยากให้เรารีบกลับ"
"อยู่นานๆ ก็ไม่เหมาะ"
"ก็ใช่.. แต่ว่านุ้ย.." มันหันมามองหน้า "ฉันว่าแกคงได้บาปมากกว่าบุญล่ะงานนี้"
"ทำไมวะ"
"ก็ฉันเห็นแกดุหลวงพี่ตลอดเวลาเลย"

เอิ๊กกกกกก

 

monk.gif

กล้วย.gif


 





เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว นุ้ยตั้งใจจะทดสอบสมรรถภาพ "อีเหมียว" Mio520 GPS นำทางตัวใหม่ที่ได้มาเป็นเดือน แต่ควักมันออกมาทีไร ก็เป็นที่บันเทิงของพี่น้อง เพื่อนพ้อง และพ่อแม่ทุกครั้ง....

"อีกหนึ่งร้อยเมตร ถึงทางกลับรถ" ... เสียงเนิบๆจากอีเหมียว
"ระวังรถซ้าย.." เสียงเนิบๆในระนาบเดียวกันจากเพื่อนที่นั่ง

"อีกสามร้อยเมตร ถึงทางแยก เลี้ยวซ้าย" เสียงเนิบๆ จากอีเหมียว
"เลี้ยวขวาไปเลยพ่อ" คุณนายบัญชา "นั่น มันงงไปแล้ว สมน้ำหน้า!" สะใจมากมั๊ยแม่.. แกล้งคอมพิวเตอร์ได้เนี่ย!

นั่นเป็นเหตุให้ "อีเหมียว" ไม่เคยแสดงฝีมือเต็มที่เลยสักครั้ง.. จนครั้งนี้ ที่นุ้ยมอบโจทย์ให้พี่แบงค์ (เพื่อนเที่ยวที่นุ้ยตั้งใจว่าจะกีดกันผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาในชีวิตพี่แก เพื่อขัดขวางความรักทุกวิถีทาง ไม่งั้นนุ้ยก็ไม่รู้จะเที่ยวกะใคร) โจทย์มีว่า


"ไปไหนก็ได้พี่แบงค์ ของกินเยอะๆ และพี่ไปถูก"
"เอ้า .. งั้นไปดอนหวาย เผื่อแวะตลาดธนบุรี พี่จะไปดูต้นไม้"

เช้าวันอาทิตย์ นุ้ยไปรับพี่แบงค์ที่คาร์ฟูร์ราชพฤกษ์ อันเป็นจุดใกล้บ้านพี่แบงค์ ที่สามารถบอกทางให้นุ้ยไปได้ง่ายที่สุดโดยไม่หลง ซึ่งหมายความว่าพี่แบงค์ต้องโทรมาเช็คทุก 5 นาที เพื่อให้แน่ใจว่านุ้ยไม่หลงหายไปไหน ด้วยความมั่นใจ(ผิดๆ) ว่าตัวเองไปถูกทางแล้ว...

อีเหมียวบอกทางได้ดีเกินคาด..


พี่แบงค์ผู้นั่งกำกับเงียบๆ ไปด้วยตลอดทางถึงกับออกปากชมด้วยความประหลาดใจ ทั้งๆที่ไม่เคยเชื่อในความสามารถมันมาก่อน  เวลานุ้ยหยิบออกมาอวด พี่แบงค์ก็ไม่เคยสนใจ...

มันบอกน้องป่องให้เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ขึ้นสะพาน ลอดสะพาน มาตลอดทาง  (อ้อ..น้องป่องคือชื่อรถนุ้ยเองค่ะ..เดิมชื่ออีป่อง เพื่อนๆนุ้ยก็เรียกอีป่องทุกคน แต่คุณนายขอร้องให้เปลี่ยนเป็นน้องป่อง.. เพราะ "อีป่อง" ฟังแล้วเหมือนด่าว่ามันท้องไม่มีพ่อ.. ประมาณนั้น-_-')

 

มาพลาดนิดเดียว.. ตอนถึงตลาดดอนหวายแล้วมันให้นุ้ยเลี้ยวเข้าไปที่จอดรถเสียตังค์.. ฮ่าๆๆๆ


"เลยไปวัดไร่ขิงก่อนก็ได้นุ้ย อีกนิดเดียว เดี๋ยวกลับมาเที่ยงๆ จะได้หาข้าวกิน นี่เพิ่ง 10 โมงเอง"

ที่วัดไร่ขิง .. นุ้ยไปไหว้หลวงพ่อวัดไร่ขิง..


เคยได้ยินตำนาน พระสามรูปที่ลอยน้ำมามั๊ยคะ... อาทิตย์ที่แล้ว นุ้ยเพิ่งได้ไปไหว้หลวงพ่อวัดบ้านแหลม อาทิตย์นี้มาวัดไร่ขิง..เหลือเพียงหลวงพ่อโสธร ซึ่งจริงๆแล้วนุ้ยก็ไปนมัสการท่านหลายครั้งอยู่

..

อากาศร้อน และคนเยอะ..หลังจากไหว้พระ ปิดทองเสร็จ เราเลยชวนกันไปให้อาหารปลาที่ท่าน้ำ ที่จะมีขนมปังปอนด์และอาหารปลาขาย.. ปอนด์ละ 10 บาท และเพื่อนนุ้ยก็ขนซื้อมาเป็นเข่งยังกะโรงทาน...

เนื่องจากอาหารปลามีเยอะ.. นุ้ยเลยปาใกล้ ไกล ได้โดยไม่ต้องเสียดายขนมปัง..


รวมถึงการทดสอบ "ความแม่น" ของตัวเองด้วย...


ปลาสวาย size บิ๊กเบิ้ม โผล่หัวและตัวอวบอ้วนยั่วน้ำลายขึ้นมาอ้าปากรอขนมปัง.. นุ้ยบิเป็นก้อน ขนาดเล็กกว่ากำปั้นหน่อย ขยำกลมๆ แล้วปาปุ๊! ลงใส่หัวมัน.. ถูกมั่งไม่ถูกมั่ง..

พี่แบงค์เลยลองบ้าง.. แต่แกไม่บิเป็นก้อนเล็กอย่างนุ้ย.. แกเล่นทุ่มทั้งปอนด์ลงไปใส่ไอ้อ้วนตัวใกล้สุดที่กำลังแทะก้อนขนมปังยุ่ยๆ ในน้ำอยากเมามันส์

ตุ้บ!

มันไม่เจ็บหรอกค่ะ..แต่มันคงตกใจ

และขณะนี้ มันก็ชะงักการกิน.. พลิกหันมาทางเรา..
ใครว่าปลาไม่มีสมอง..

นุ้ยยังจำท่าเอาเรื่องของมันได้อยู่เลย..
ะหว่างที่นุ้ยกำลังฟาดมือใส่พี่แบงค์ตุ้บใหญ่ ไอ้อ้วนก็ทำสิ่งที่เราไม่คาดคิด

มันสะบัดครีบหางเป็นพัลวัน ตัวอวบ กลม ตีน้ำแตกกระจาย...
แล้วสะบัดใส่เราสองคนจนเปียกปอนตั้งแต่หัวจรดเท้า... ท่ามกลางเสียงหัวเราะของผู้คนที่อยู่แถวนั้น!!!

นี่แหละค่ะ.. การแก้แค้นของปลาสวาย โทษฐานที่เราแกล้งมันในเขตอภัยทาน!!!

ล้างหน้ากันเสร็จ เราก็ย้อนกลับไปวัดดอนหวาย..
อากาศร้อนจนนุ้ยรู้สึกเหมือนจะเป็นลม..และรู้สึกดีขึ้นเมื่อเข้ามาเจอของกินนานาชนิด ที่ในตลาดดอนหวาย..


เยอะมากกกกกก


นุ้ยจองตั๋วลงเรือล่องแม่น้ำท่าจีนไว้ตอน11 โมง 15 ราคา 60 บาท ใช้เวลาเดินทางชั่วโมงครึ่ง


ระหว่างรอเวลา เราก็ไปหาของกินบนเรือกัน


พี่แบงค์ลากนุ้ยหลุนๆ ฝ่าเข้าไปในฝูงชน แล้วเราก็กลับออกมา พร้อมกับขนมตาล กุ้งต้ม ข้าวแช่ เมี่ยงคำ ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ปลาทูต้มเค็ม.. ซึ่งเมื่อพิจารณาจากสภาพการแล้ว คงมีแต่กุ้งต้มกับขนมตาล ที่สามารถกินได้บนเรือ พี่แบงค์แวะซื้อน้ำไปด้วยคนละขวด..

เรือพาเราล่องในแม่น้ำท่าจีน ดูวิถีชีวิตชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำ..ดูบ้านไม้เก่าๆ บางหลังก็อายุเกือบร้อยปี บางหลังถูกปิดร้าง กอผักตบ ผักบุ้ง ผักกระเฉดที่ถูกปลูกไว้ ลอยเต็ม


ลมเย็นๆ พัดผ่านหน้า และเปลี่ยนเหงื่อให้กลับเป็นไอ .. เย็นฉ่ำ ...

หลายคนเริ่มหลับ.. สบาย
นุ้ยสูดอากาศจนเต็มปอด.. สดชื่นดีเหมือนกันนะ..





ทำไมใครๆชอบถามว่าทริปหน้านุ้ยจะไปไหน...

รู้กันได้ไง ว่านุ้ยออกเที่ยวตลอดเวลา... ถ้านุ้ยไม่ไปไหนกับเพื่อน คุณนายก็ชวนออกไปแร่ดๆ กันสองคนแม่ลูกอยู่ดี...

เขาถึงว่า.. ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่...

.................................................
 


เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว นู๋นุ้ยและคณะพรรค ผู้เคยไปตกระกำลำบากกะสนุกคาราวาน อันประกอบด้วย นู๋นุ้ย นังมะเหมี่ยว พี่จิง เจ้าแบงค์ และพี่ตี้ (ซึ่งถูกพี่จิงล่อลวงมาอีกที) ก็นัดเจอกันที่ เซ็นทรัลลาดพร้าว ตอนบ่ายสาม..นอกจากพี่ตี้ ที่นัดไว้ตรง อตก. แล้ว พวกเราทุกคนก็มาเจอกันตรงเวลาเป๊ะๆ 

 เอ่อ.. จริงๆนุ้ยเจอกะนังมะเหมี่ยว ตอนบ่ายสอง ได้นาฬิกาคนละเรือน แถมนังมะเหมี่ยวยังได้ talking dic มาอีกเครื่อง...

พิ่จิงมาเดินช็อบอยู่ที่นั่นตั้งแต่บ่ายโมงกว่า..

ส่วนเจ้าแบงค์ก็ขับรถวนหาก๋วยเตี๋ยวกินอยู่ละแวกนั้น...

มั่นใจในเวลานัดมากกกกก ไม่โทรหากันเลย!!!...


เอาเป็นว่าบ่ายสามพร้อม! ออกเดินทางไปอัมพวา...

 

.................................................

"หิวเว้ย" .. เสียงใครเอ่ย.. ทายสิ... ถูกต้องแล้วคร้าบ.. เสียงนู๋นุ้ยเอง
"เออ.. หิวเหมือนกัน" นังมะเหมี่ยวสนอง.. เรามัวแต่ shop กันเพลินลืมกินข้าว..

ท้องนุ้ยร้องจ๊อกๆ เจ้าแบงค์เลี้ยวปราดเข้าไปตรงปั๊มบางจากแถวพระรามสอง..ให้เราสองตัวแวะซื้อของกินรองท้อง นุ้ยได้ไส้กรอกมาสองชิ้น กับน้ำส้ม และขนมถุงใหญ่ นังมะเหมี่ยวได้คล้ายๆนุ้ย แต่เปลี่ยนไส้กรอกเป็นมาม่าคัพ...

รองกันหนามาก....

 

ไม่ทัน 5 โมงดี เจ้าแบงค์ใส่ตีนผี ขับรถไปถึงสมุทรสงคราม...


"แวะวัดบ้านแหลมมั๊ยพี่" มันถาม "ยังพอมีเวลา.. "
"แวะๆ" สมาชิกในทีม สนองรับ..

เป็นอันว่าเราได้แวะวัดบ้านแหลม นมัสการหลวงพ่อวัดบ้านแหลมที่เจ้าแบงค์เล่าให้ฟังว่า เป็นหนึ่งในสามตระกูลหลวงพ่อสามพี่น้อง ที่ลอยน้ำมา.. หลวงพ่อโสธร หลวงพ่อวัดบ้านแหลม และหลวงพ่อวัดไร่ขิง...
 
เรื่องจริงที่เหนือตำนาน คือ ครั้งหนึ่งท่านลอยไปถึงเมืองเพชร..ชาวบ้านชาวเมืองที่นั่น "นิมนต์" ท่านขึ้นไปอยู่ที่บ้านแหลม เมืองเพชรบุรี  เมื่อชาวสมุทรสงครามตามไป "นิมนต์" คืน จึงเกิดมีปัญหากันขึ้น และท้ายที่สุด ก็ตกลงกันได้ว่า .. คนสมุทรสงคราม นิมนต์ ท่านกลับไปได้ แต่ต้องตั้งชื่อว่า "หลวงพ่อวัดบ้านแหลม" และวัดนี้ก็ได้ชื่อว่า "วัดเพชรสมุทรวรวิหาร"

เป็นการพบกันครึ่งทางที่ลงตัวเป็นที่สุดแล้ว..

.................................................

จากวัดบ้านแหลม เจ้าแบงค์พาเดินไปดูตลาดสด บนทางรถไฟ.. ที่อยู่ข้างๆวัด คือเขาขายกันบนทางรถไฟเลยค่ะ เวลารถไฟมา ก็หุบร่มเอา!


เราไปถึงที่หมาย ที่ตลาดน้ำอัมพวา เมื่อเกือบ 6 โมงเย็น..นุ้ยเดินเข้าไปในซอยแคบๆ ซึ่งถ้าเป็นเวลาปกติ ก็คงไม่ต่างอะไรจากบ้านช่อง ร้านรวงธรรมดา แต่ยามนี้ สองข้างทางที่คราคร่ำไปด้วยคนนั้น.. ซอยแห่งนี้ช่างเต็มไปด้วยชีวิต..

พวกเราตื่นตาตื่นใจกับของกินนานาชนิด .. มากแค่ไหนเหรอคะ.. ก็มากขนาดที่คนอย่างนุ้ยซื้ออะไรไม่ได้เลย.. เพราะละลานตาไปหมด


ไม่ว่าจะเป็น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ในหม้อดินเผาใบเล็กๆ 

สังขยามะพร้าวอ่อน ในลูกมะพร้าวจิ๋ว

วุ้นหลากสีในไข่เป็ด


ของเล่นย้อนยุคนานาชนิด เหมือนที่เราเคยเล่นเด็กๆ แต่สมัยนี้หายากมากแล้ว รวมทั้งขนมหลายอย่างที่สาบสูญไปจากชีวิตนุ้ย ตั้งแต่สักเมื่อ 20 ปีก่อนได้


โปสการ์ดสวยๆ


ไข่ปลาหมึก ทอดมัน ไข่นกกระทาทอด ในกระทงขนมปัง


ร้านน้ำแข็งใสที่จัดแบบโบราณ เหมือนที่เห็นในรุ่นเรื่องแฟนฉันอ่ะค่ะ


ก๋วยเตี๋ยว กุ้ง หอยเชลล์ พายขายกันอยู่ในเรือ


ดอกดาหลาสีแดงดอกโต.. ขายกันให้เกลื่อนไป ดอกละ 5 บาทเท่านั้น

 

เราซื้อของกินมารวมกัน แล้วไปนั่งกินที่ร้านหนึ่ง พร้อมกับซื้อน้ำสมุนไพรมากลั้วคอด้วย..

ขากลับก็แบกถุงขนม กันมาคนละสองหอบ..

น้องแบงค์นัดเรือไว้ตอน 2 ทุ่ม.. เราขนของไปเก็บที่รถก่อน..


"เฮ้ย.. ขนไปทำไมเยอะแยะนุ้ย" ใครคนหนึ่งถามขึ้น เมื่อเห็นนุ้ยหยิบถุงขนมจีบ ข้าวเกรียบปากหม้อ หมูอบ ข้าวเหนียว กะน้ำออกมา...
"เอาไปกินในเรือไง"
"ทำไมเอาไปเยอะจัง"

เออ.. แล้วอย่ามาแย่งนุ้ยนะยะ...

เรือที่เรานั่งเป็นเรือไม่ใหญ่มาก นั่งได้สิบกว่าคน แถวละ 2 ที่.. นุ้ยนั่งคู่กะเจ้าแบงค์


"พี่ครับ.. ผมขอเปิดไฟสว่างๆ นะคราวนี้" เจ้าแบงค์มันแหย่คนเรือ เพราะนุ้ยเที่ยวทำลายบรรยากาศทุกคน ด้วยการบอกว่า

 

 นุ้ยได้ยินมาว่าหิ่งห้อยที่นี่จริงๆแล้วก็เป็นหลอดไฟนั่นเอง..

เรือลำน้อยๆ ค่อยๆแล่นผ่านห้องแถวไม้ที่หลายห้องเป็น homestay ผู้คนออกมานั่งทานข้าวที่ริมระเบียงชายน้ำ แล้วแล่นไกล ออกจากแสงสีออกไปทุกที...

เสียงอึกทึกค่อยๆแผ่วลง.. เห็นเพียงเงาสลัวๆ ของต้นลำพู และต้นจาก สลับกับไฟสลัวจากบ้านคนเป็นระยะ..

ยังไม่มีหิ่งห้อย..

 

นุ้ยแกะถุงขนม.. ขนมจีบ..ข้าวเกรียบปากหม้อ หมดลงอย่างรวดเร็ว..
"นั่นครับๆ หิ่งห้อย" คนเรือร้องขึ้น
พี่จิงเงยหน้าจากถุงหมูอบ อย่างงงๆ "หา อะไรๆ..."


คือเธอลืมไปแล้วค่ะ ว่าเรามาดูหิ่งห้อยกัน.. เสี้ยววินาทีนั้น เธอนึกว่าเรามาปิกนิคบนเรือกันอย่างเดียว!!

.................................................

จากต้นแรก... ไปต้นที่สอง.. สาม... ยิ่งออกห่างจากชุมชน หิ่งห้อยก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แข่งกันส่งแสงระยิบระยับ วับ วับ อยู่กับต้นลำพู ในความมืดสนิท แสงเหล่านั้นเปล่งประกายราวกับต้นคริสมาสต์

"เข้าไปใกล้อีกหน่อยได้มั๊ยคะ" มะเหมี่ยวขอ..
คนเรือคัดท้ายเรือเข้าไปใกล้ตลิ่ง พี่ตี้เหนี่ยวกิ่งไม้ แล้วปล่อย ให้มันดีดออกไป.. ฝูงหิ่งห้อยบินว่อน...คล้ายๆกับเกล็ดดาวที่โบยบินไปมาก่อนจะลงแตะอ้อยอิ่งอยู่ตรงปลายนิ้ว

 

คืนนี้พระจันทร์ครึ่งดวง.. ดาวกระพริบวิบวับอยู่บนฟ้า..

นุ้ยหลับตาลง..ลมโชยเย็นๆ เราสูดกลิ่นไอของสายลมที่ผ่านเข้ามาไล้ผิว.. ปนกับละอองเย็นของสายน้ำ...

 

บางที.. ที่นี่อาจเป็นสวรรค์...

 

 





เช้านี้นุ้ยตื่นคนสุดท้ายของห้อง พี่เอกับพี่จ๊อยออกไปนอนเล่นกันริมสระก่อนแล้ว...

เพราะว่าหมอนที่นอน มันนุ่มมมมมม เหมือนเวลานอนแล้วจะถูกกลืนลงไปกับหมอน นอนหลับสบายเป็นที่สุด

rest4.gif

นุ้ยตื่นนอนอาบน้ำเสร็จ ก็ได้เวลาไปทานอาหารเช้าที่ริมสระ ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของโรงแรม

.............................................................................................

rest7.gif

..............................................................................................

นอกจากขนมปังอบใหม่นานาชนิดแล้ว ก็ยังมีแยมทำเอง ได้แก่ แยมส้ม แยมมะละกอ และแยมมะพร้าว หอมกรุ่น ใส่มาในถ้วยใสเล็กๆ เหมือนเครื่องปรุง น้ำผลไม้สด จากนั้นใครจะเลือกอาหารเช้าแบบฝรั่ง หรือเป็นข้าวต้ม ก็ตามแต่อัธยาศัย พนักงานจะมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะเลย....

rest6.gif


ขอบอกว่าอร่อยมากทุกอย่าง

ทานอาหารเช้าเสร็จ พี่ชายพี่จ๊อยพาไปดูห้องต่างๆในโรงแรม ซึ่งบางส่วนก็ยังไม่เสร็จดี ไม่ว่าจะเป็นห้อง Rest Horizon ที่อยู่บนตึกสูง แต่ตรงระเบียงมีโซฟาสำหรับปาร์ตี้ กับอ่างจากุชชี่ขนาดใหญ่ ให้นอนแช่

rest8.gif

หรือบ้านริมทะเล ขนาดสี่ห้องนอน ที่ตั้งราคาไว้ หลายแสนบาทต่อหนึ่งคืน... ที่มีห้องนอนกับห้องทานข้าวลงไปอยู่ใต้ดิน ส่วนห้องนั่งเล่นอยู่ด้านบน แล้วก็มีสระว่ายน้ำวนอยู่รอบบ้าน เรียกว่าว่ายในบ้านกันเลยประมาณนั้น.. แต่เสียดาย ที่ยังสร้างไม่เสร็จดี

เดินทัวร์ไปอย่างเพลินเพลินหลายชั่วโมงก็ได้เวลาทานข้าวกลางวัน พี่ชายพี่จ๊อยบอกตั้งแต่เช้าแล้วว่า ถ้าหากไม่อยากออกไปทานข้างนอก กลางวันมีผัดซีอิ๊วให้กิน

เรากินอาหารทะเลกันไปแล้ว และเย็นนี้ก็จะได้กินอีกรอบ รีสอร์ทก็สบายออกปานนั้น...

กินผัดซีอิ๊วดีกว่า..
แล้วยังมีขนมหวานอีกหนึ่ง ที่นุ้ยจำชื่อไม่ได้แล้ว.. ... อร่อยๆๆๆ

rest9.gif

กินอิ่ม อาหารย่อย ป้าจ๊อยก็นำทีมหลานๆลงน้ำ แล้วลากเอานุ้ยกับพี่ป่านลงไปด้วย  พี่หนุ่มตามพี่ป่านลงไป แล้วต่อมาพี่ต่อก็โดนวักน้ำสาด เปียกต้องลงไปอีกคน..


ของเล่นหลานๆถูกขนมาเล่นเต็มไปหมด ทั้งเรือยาง.. ปืนฉีดน้ำ..ลูกบอล

rest10.gif

จบค่ะจบ

 

rest5.gif




ดูบล็อกย้อนหลัง
กรกฏาคม 2551 (1) | เมษายน 2551 (1) | มีนาคม 2551 (4) | กุมภาพันธ์ 2551 (3) | มกราคม 2551 (3) | ธันวาคม 2550 (6) | พฤศจิกายน 2550 (5) | ตุลาคม 2550 (5) | กันยายน 2550 (7) | สิงหาคม 2550 (7) | กรกฏาคม 2550 (5) | มิถุนายน 2550 (5) | พฤษภาคม 2550 (8) | เมษายน 2550 (13) | มีนาคม 2550 (7) | กุมภาพันธ์ 2550 (5) | มกราคม 2550 (1) | ธันวาคม 2549 (1) | พฤศจิกายน 2549 (3) | ตุลาคม 2549 (2) | กันยายน 2549 (3) | สิงหาคม 2549 (1) | กรกฏาคม 2549 (2) | พฤษภาคม 2549 (3) | เมษายน 2549 (1) | มีนาคม 2549 (10) | กุมภาพันธ์ 2549 (5) | มกราคม 2549 (21) | ธันวาคม 2548 (9) |