อะไรสักอย่าง ดลใจให้นุ้ยโทรไปหาน้องสาวของแฟนเก่าเมื่อ 2-3 วันก่อน ..
"พระเป็นยังไงบ้าง" นุ้ยถาม "สึกหรือยังจ๊ะ"
"ยังจ้ะ แต่ว่าใกล้สึกแล้วล่ะ เห็นว่าจะเป็นอาทิตย์หน้า" เธอตอบ
"นุ้ยไม่ได้ไปที่วัดเลย งานบวชก็ไม่ได้ไป ไม่ว่างจริงๆ แต่ละอาทิตย์ นุ้ยออกต่างจังหวัดตลอด" ถึงจะเป็นเรื่องจริงแต่ก็เหมือนคำแก้ตัวจนตัวเองรู้สึกได้
เธอนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ
"ไม่เป็นไรจ้ะ เดี๋ยวจะบอกให้ว่านุ้ยฝากเยี่ยม"
@@@@@@@@@
จบบทสนทนาของเรา แต่นุ้ยยังคงนอนคิด...
น่าเกลียดไหมนะ .. ถ้างานบวชพี่เขานุ้ยก็ไม่ได้ไป ..แล้วหลังจากนั้นยังไม่ไปเลยสักครั้ง
คำว่า "ไม่ว่าง" เป็นความจริง.. งานบวชตรงกับวันธรรมดา หลังจากนั้นนุ้ยก็ไม่ได้อยู่บ้านเลยสักอาทิตย์ ช่วงเดือนแรกคือการย้ายงานใหม่ ที่ทำให้ชีวิตนุ้ยสับสน วุ่นวายไปหมด.. ช่วงสุดสัปดาห์ราวกับสวรรค์ นุ้ยโผออกจากบ้าน สดชื่น รื่นเริงไม่เว้นแต่ละวัน
นุ้ยไม่ได้คิดถึงพี่เขาเลยด้วยซ้ำ..
แต่ย้อนไปตั้งแต่เจ็ดปีก่อน ก็ผู้ชายคนนี้แหละ ที่เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของนุ้ย เมื่อครั้งที่เราอยู่ในต่างแดน ...
วันเสาร์นุ้ยพาลูกค้าไปสัตหีบ .. แต่วันอาทิตย์ นุ้ยอาจเลื่อนนัดเพื่อนได้....
@@@@@@@@
วันอาทิตย์บ่าย นุ้ยนัดดิวที่ไอทีสแควร์ .. เราเตรียมสังฆทานไปหนึ่งชุด ธูปเทียน พวงมาลัย..
ทางไปวัดฟ้าคราม ค่อนข้างยากสำหรับคนไม่เคยรู้จัก เมื่อตอนคบกัน พี่ยะเคยพานุ้ยไปหนเดียว
วันนี้เราสองคนช่วยกันกางแผนที่.. เพื่อความแน่ใจ นุ้ยเซ็ต GPS ไปตรงให้ใกล้ที่สุด.. หมู่บ้านฟ้าคราม.
.
ถนนหักโค้งไปมา.. นุ้ยขับรถมึนๆ พลางบ่นกะดิว
"หลวงพี่นะหลวงพี่ จะบวชวัดใกล้ๆ หน่อยก็ไม่ได้ ถ้าไม่บวชวัดพระศรี ใกล้บ้านนุ้ย บวชวัดหัวลำโพงใกล้บ้านหลวงพี่ก็ยังดี"
"เฮ้ย" ดิวสะกิด "อย่าบ่นน่าแก เดี๋ยวได้บาปมากกว่าบุญ"
GPS นำทางมาจนถึงทางเข้าหมู่บ้าน แต่ไม่มีวัด ระบุในเครื่อง.. นุ้ยเลี้ยวเข้าซอยหมู่บ้าน แล้วถามมอเตอร์ไซค์
"วัดฟ้าครามเหรอครับ.. ซอยถัดไป"
นุ้ยวนรถออกมาอีกครั้ง ผ่านลานจอดรถบัส เข้าอีกซอย.. เห็นวัดอยู่ใกล้ๆ .. แต่เอ๊ะ.. มันทางเข้าหมู่บ้าน
"วัดฟ้าครามเหรอคะ .. นั่นแน่ะน้อง ซอยข้างๆ ที่มันเป็นลูกรัง" พี่ที่กวาดหน้าบ้านอยู่ พูด
นุ้ยกับดิวมองหน้ากัน เมื่อกี้เราไม่เห็นสักซอย.. จนเมื่อวนรถมาอีกทีนุ้ยตัดสินใจเลี้ยวรถ เข้าไปในลานจอดรถทัวร์ที่เห็น..
"นั่นไง หลังพุ่มไม้ เป็นถนน" ดิวชี้ให้ดู.. นุ้ยค่อยๆขับรถเข้าไปในถนนลูกรัง หลุมบ่อ น้ำขังจากฝนตก รถคันเล็กที่นุ้ยขับ แทบจะติดหล่มหลายครั้ง
และในที่สุด เราก็เดินทางมาถึงวัด...
เงียบ.. สนิท.. เหมือนทั้งวัดไม่มีคน
จนนุ้ยเหลือบไปเห็นภิกษุรูปหนึ่งยืนอยู่ไกลๆ
"ไปยังไงต่อล่ะเนี่ย" ดิวถามเมื่อนุ้ยจอดรถเสร็จแล้ว
"ไม่รู้สิ.. เดี๋ยวถามพระรูปที่ยืนอยู่ก็ได้.. "
"ไหน ฉันยังไม่เห็นมีสักรูป" ดิวว่า นุ้ยหันไปมองตาม.. ไม่มีจริงๆด้วย..มีเพียงลานว่างๆ
นุ้ยขนลุกซู่...เหลียวหน้าเหลียวหลังล่อกแล่ก
จนเมื่อหลวงพี่รูปเดิมท่านขยับมาพ้นเสานั่นแหละ นุ้ยถึงนึกขึ้นได้ว่า..
ดิวมันสายตาสั้น.. ฮ่าๆๆๆๆ
"มาหาหลวงพี่ธัญญะค่ะ" นุ้ยบอกหลวงพี่ รูปที่ยืนอยู่
"นั่งคอยที่ศาลาก่อนโยม" ท่านบอก "ธัญญะ เพื่อนมาหา" ประโยคหลังท่านหันไปบอกภิกษุหนึ่งในสองรูป ที่นั่งคุยกันอยู่แถวนั้น รูปหนึ่งลุกยืนขึ้นมา..
ท่าเดินยอบๆ ตัวลีบๆ เป็นท่าที่นุ้ยคุ้นเคย
นุ้ยหันหลัง แล้วเดินไปรอศาลาปฏิบัติธรรม ได้ยินเสียงบอกเบาๆ ว่า "บอกเพื่อนด้วยนะ ว่า พระกับสีกาจะคุยกันลำพังไม่ได้ ต้องมีโยมผู้ชาย หรือพระอีกรูปนั่งฟังด้วย"
"งั้นนิมนตร์หลวงพี่เลยครับ"
ดังนั้น บนศาลา จึงมี นุ้ย ดิว หลวงพี่ธัญญะ และพระอีกรูป นั่งอยู่ใกล้ๆ
"หลวงพี่สบายดีเหรอคะ" นุ้ยถามหลังจากกราบท่านเรียบร้อย..
"สบายดี อาตมาผอมไปหรือเปล่า" ท่านถาม
เราสองคนพยักหน้า นุ้ยเห็นตั้งแต่ท่านเดินเข้ามาแล้ว แต่ไม่อยากทัก
"อาตมาฉันได้มื้อเดียว ตอน8 โมง"
วัดฟ้าครามเป็นวัด ปฏิบัติ พระสงฆ์ที่นี่ไม่ได้ฉันเพล แต่จะฉันตอน 8 โมงเช้า
บรรยากาศค่อนข้างเงียบ นุ้ยไม่รู้จะถามอะไรดี หลวงพี่จึงบอกว่า
"อาตมาจะเล่ากิจให้ฟังแล้วกัน.. ปกติที่นี่ก็ตื่นตีสี่ ทำวัตรเช้า พอเริ่มสางก็บิณฑบาต กลับมาซักผ้า แล้วก็ทำความสะอาดวัด 8 โมงเช้าฉัน ล้างบาตร เสร็จแล้วก็สวดมนตร์ ทำกิจของสงฆ์ต่อ.."
ท่านเล่ายาวค่ะ แต่นุ้ยจำไม่ได้
นุ้ยไม่กล้าถามว่าท่านจะสึกเมื่อไหร่ เพราะรู้ว่าเรื่องพวกนี้เขาไม่ควรถาม จนหลวงพี่พูดขึ้นมาเอง
"เดี๋ยวประมาณอาทิตย์หน้าอาตมาก็จะสึกแล้วล่ะ"
"อ้าว ไหนหลวงพี่บอกนุ้ยว่าจะบวช 2 เดือนไงคะ"
"อาตมาขอโยมพ่อ กั่บหลวงพ่อแล้ว อาตมาคงอยู่ 2 เดือนไม่ไหว แต่พอดี มันยังไม่มีฤกษ์สึก"
"ทำไมอยู่ไม่ไหวล่ะคะ "นุ้ยสงสัย แต่ก็อดมองหลวงพี่รูปที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ไม่ได้
"มัน.. ลำบาก"ท่านอ้อมแอ้ม
"อ้าว... " เราสองคนร้องเกือบพร้อมกัน
"อาตมาต้องนอนกับพื้นเสื่อ นั่นพอไหว แต่ผ้าอาตมาไม่เคยซัก จานก็ไม่เคยล้าง มืออาตมาเจ็บไปหมดเลย"
นุ้ยลอบถอนหายใจเบาๆ .. นั่นประไร ..
"แต่มันก็ดีไม่ใช่เหรอคะหลวงพี่ อีกหน่อยก็ชิน"
ท่านนิ่งไปพักใหญ่ "อาตมาไม่เคยอยู่อย่างลำบากไง ปกติงานพวกนี้อาตมาไม่เคยทำ มาวันแรกๆ มืออาตมาปวดไปหมด งอได้ แต่เหยียดไม่ได้ แล้วเวลาบิณฑบาต มันใส่รองเท้าไม่ได้ อาตมาเดินเท้าเปล่าออกไป วันแรก โดนหินบาด เลือดออก โดนทุกวัน จนโยมแม่เอาพลาสเตอร์ยามาให้ นี่อาตมาใช้ไปหมดแล้ว นี่ต้องเบิกจากวัด"
พอพูดถึงเรื่องนี้ นุ้ยก็ชักสงสาร แต่พระบ่นไม่ได้ไม่ใช่เรอะ นุ้ยเหลือบมองหลวงพี่อีกรูป ที่นั่งอยู่ห่างๆ อย่างเกรงใจ กลัวท่านจะรู้สึกว่า หลวงพี่ธัญญะ หนักไม่เอาเบาไม่สู้
"หลวงพี่ก็ต้องอดทน จะได้ลองลำบากบ้างไงคะ อยู่ไปนานๆ มันก็ชินเอง ดีกว่าหลวงพีตื่นมาก็นั่งโต๊ะทำงาน สุขภาพไม่แข็งแรง"
ท่านยิ้มแหยๆ "อาตมาก็พยายามทนแล้ว แต่มันไม่หายสักที"
"แล้วนี่ใครมาเยี่ยมหลวงพี่มั่งคะ โยมพ่อโยมแม่มาบ่อยหรือเปล่า เพื่อนๆล่ะ"
นุ้ยเปลี่ยนเรื่อง
"โยมแม่มาทุกวันอาทิตย์ แต่อาทิตย์นี้ไม่มา โยมพ่อไม่ได้มาสองอาทิตย์แล้ว เพราะพระอาจารย์ที่ท่านนับถือลงมากรุงเทพ.. ส่วนเพื่อนๆ โยมเคนมา โยมตึ๋ง ยังไม่มาเลย .. เพื่อนที่ทำงานที่เพิ่งออก ก็มากัน 2-3 คน.. แต่ที่ทำงานก่อนหน้านั้นที่สนิทกันก็ไม่ได้มา"
"
เขาอาจจะไม่ว่างก็ได้ .. หลวงพี่อย่าบ่นสิคะ"
"อาตมาไม่ได้บ่น.. แค่พูดให้ฟัง .. ส่วนผู้จัดการอาตมามา 3 หนแล้วนะ..อาตมาก็ไม่ได้อะไร ถือว่าอโหสิกันไป" หลวงพี่พูดถึงผู้จัดการบริษัทล่าสุด ที่ทะเลาะกันรุนแรงจน "พี่ยะ" ลาออก
"เขามาก็แสดงว่าเขาไม่ได้ตัดขาด หลวงพี่จะบอกว่าอโหสิให้ ก็ดีแล้ว แต่อย่าลืมว่าตอนนั้น หลวงพี่ก็ผิด..จะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้.."
@@@@@@@@@
บทสนทนาของเราดำเนินไปด้วยเรื่องไร้สาระ.. ส่วนใหญ่จะเป็นคำบ่นของหลวงพี่..
ท้ายสุด นุ้ยขอถวายสังฆทาน หลวงพี่มองหน้า พระอีกรูป ซึ่งท่าน พยักหน้าให้.. "ธัญญะรับเลย ให้พรเองเลยด้วย"
"หลวงพี่ต้องกล่าวนำนะคะ นุ้ยกับดิว จำไม่ได้" นุ้ยว่า
"ไม่ต้องกล่าวก็ได้ ให้เลย.. เดี๋ยวอาตมาสวดให้พร" (อะ อ้าว.. หลวงพี่..) นุ้ยเหลือบไปมองพระอีกรูป เห็นท่านไม่ได้ว่าอะไร ก็เลยปล่อยเลยตามเลย
ถ้าปกติเวลาทำบุญด้วยกัน 'พี่ยะ' จะไม่ใช่คนกล่าวถวายสังฆทานนำนุ้ยแจ้วๆ นุ้ยต้องคิดว่า หลวงพี่ธัญญะ จำคำสวดไม่ได้แน่..
บทให้พรยาว.. หลวงพี่สวด เรื่อยๆ แม้จะดูไม่ชินบ้าง แต่ก็ไม่ตะกุกตะกัก
ได้เวลาอันควร ..เกรงใจพระอีกรูปที่ท่านต้องมานั่งอยู่ด้วย นุ้ยกราบลาหลวงพี่ ทั้งสองรูป
"กี่ครั้งวะดิว"นุ้ยกระซิบถาม
"ไม่รู้ว่ะ.. ครั้งเดียวมั๊ง" มันกระซิบตอบ
"เอ่อ.. หลวงพี่คะ กราบพระสงฆ์กราบกี่ครั้งคะ" นุ้ยข่มความขายหน้า ถามหลวงพี่ไปตรงๆ
" 3 ครั้งโยม"
นุ้ยเหลือบมองพระรูปข้างๆ ท่านยิ้มขำๆ
น่าอายชะมัด
ก่อนลุกออกมาส่ง หลวงพี่หันไปมองดิว
"โยมดิว ขอให้สอบเข้าเรียนต่อโทได้นะ.. "
"ส่วนโยมนุ้ย...ขอให้ประสบความสำเร็จในทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการงานและเรื่องครอบครัวตลอดไปนะ"
เราสองคนกราบท่านอีกครั้ง
"ไปเถอะ อาตมาเดินไปส่ง"
@@@@@@@@@@@
เมื่อขับรถออกมาผ่านซอยลูกรังนั่นอีกครั้ง นุ้ยเหลือเห็นก้อนกรวด หิน และเศษขยะ เศษแก้วอยู่บนพื้น.. แล้วน้ำตาคลอ
ถ้าหลวงพี่ไม่บอกว่าพลาสเตอร์ยาขอจากวัดได้ นุ้ยจะขับรถไปหาซื้อแล้วกลับไปถวายเสียเดี๋ยวนั้น
"สงสารหลวงพี่เหมือนกันนะ" ดิวเปรยขึ้น "ท่านคงเหงา ..เห็นท่านออกมายืนส่งแล้วมองตาม ท่านคงไม่อยากให้เรารีบกลับ"
"อยู่นานๆ ก็ไม่เหมาะ"
"ก็ใช่.. แต่ว่านุ้ย.." มันหันมามองหน้า "ฉันว่าแกคงได้บาปมากกว่าบุญล่ะงานนี้"
"ทำไมวะ"
"ก็ฉันเห็นแกดุหลวงพี่ตลอดเวลาเลย"
เอิ๊กกกกกก

