จากเด็กๆ ที่ทางบ้านเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์
(จะเป็นแบบว่า เลือกสรรตามแต่ใจ แต่ทำอะไรต้องคิดด้วยตัวเอง
แล้วทำไปแล้วไม่เกิดผลเสียกับคนอื่นหรือแม้แต่ตัวเอง ประมาณนั้นมั้ง)
ตั้งแต่อนุบาล ตื่นนอน ก็พบว่าตัวเอง อยู่กะพี่สาว และก็ก็ชุดนักเรียนที่แม่เตรียมไว้ไว้
เราก้อวิ่งไปอาบน้ำเสร็จสับก็กลับมาใสเสื้อผ้าด้วยตัวเอง และก็วิ่งไปที่บ้านของลุง
เพื่อรอเวลาที่ลุกจะไปส่งที่โรงเรียน เป็นแบบเนี่ยทุกวัน
ตอนชั้นอนุบาลสอง เทอมสองก็มีพ่อเลี้ยง แกก็ไปส่ง แต่กลับกลับลูกพี่ลูกน้อง
การไปโรงเรียนตอนเช้า ก็เหมือนเดิมตื่นขึ้นมาก็ต้องแต่งตัวเอง
เป็นแบบนี้ไม่มีใครมาช่วยหยิบอะไรให้หรอก
(บางครอบครัว เขาช่วยกันเสร็จสับ บางครั้งยังป้อนข้าป้อนน้ำให้ด้วยซ้ำไป)
แต่ช่วงนี้ดีขึ้นหน่อยที่แม่อยู่บ้าน ให้ไหว้ก่อนไปโรงเรียนหน่อย
ประถมก้องั้น ๆเหมือนเดิมทุกปี ไม่ค่อยชอบเล่นกีฬา ไม่ค่อยชอบดื่มนม
บวชเณรตอนอยู่ประถมปี 4มั้งถ้าจำไม่ผิดอะน่ะ
มัธยม ก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เรียน ๆ เล่น ๆ ตามประสาเด็กวัยกำลังโต เอิ้กๆๆๆ
ช่วงนี้ล่ะเริ่มออกกิจกรรม ทั้งลีดเดอร์ ทั้งเต้นตามงานทั้งโรงเรียนส่ง ทั้งส่งเอง
ทั้งในโรงเรียน นอกโรงเรียน ก็ชอบนี่นา เหมือนว่าเจอทางของตัวเอง
ทีมประจำจะมีอยู่ประมาณ 6 คนมั้ง ก็มี ปลา, จิ๊บ, มุ, หญิง, ปิ๊ก(ผู้ชายน่ะเนี่ย) แล้วก้อเรา
แล้วหลัง ๆสมาชิกก้อมีเปลี่ยนบ้างทั้งเพิ่มทั้งลด ที่เพิ่มก็มี บี,เต้ย,นุ่น,แป๋ม,โอ๋,เกตุ
พอเข้ามอปลายเลือกเรียนสายอาชีพ (ไม่รู้ว่ามานจะพลิกเปลี่ยนชีวิตของเรา)
ก้อเรียนไป เที่ยวไป เกรดก็ออกมาแบบผ่านพอดี เอิ้กๆๆๆ
ปีหนึ่งไม่ค่อยเท่าไหร่ ปีสองปีสาม เป็นลีดกีฬาสี(สี่ม่วงล่ะ เอิ้กๆๆ)
แล้วก็ได้ที่หนึ่ง ทั้งสองปี สนุกดี ชอบเต้นอยู่แล้ว
ปีสามฝึกงานเทอมสอง สนุกดีน่ะฝึกงานฝึกงานประมาณ 9 สัปดาห์เห็นจะได้
ออกเรือทัวร์ ประมาณ 3-4 อาทิตย์ ที่เหลืออยู่ออฟฟิศ ทั้งทำเอกสาร รับจองทัวร์
ทำรายงานส่งมั่วไปหมด แต่ก้เพลิน ทำไปทำมา หมดวาระฝึกงาน
กลับมาส่งงานที่โรงเรียน เฮ้อ ผ่านไปสักที
แต่อ้าวซวยเลยไม่ได้คิดว่าจะเรียนต่อไหนดี ไม่เอาอ่าไม่อยากต่อ ปวส.
ขอคิดก่อน แต่แล้วก้อ มีโทรศัพท์เรียกตัวให้ไปช่วยงานที่บริษัททัวร์ราฟติ้ง(Rafting)
ก้อไปดิได้เงินนี่ ไปทำก้อได้สองเดือนแล้วก็ออก
อ้าวทำงานเพลินไม่ได้คิดเรื่องเรียน เขาเรียนกันหมดแหละ
เฮ้อชีวิต ทำไมเป็นแบบนี้เนี่ย นั้นแหละเลือกมาก ออดเรียนเลยตู
(แอบน้อยใจตัวเองเหมือนกัน ที่ทางบ้านฐานะไม่ดีแถมที่บ้านแม่ กับพ่อเลี้ยงก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ด้วย
เลยจะให้แกส่งหรอเอิ้กๆๆ คงยากลำพังเลี้ยงปากท้องของบ้านยังไม่พอเลย)
คิดย้อนไปถ้าเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ก็อยากเรียน มอปลายน่ะ เลิกเรียนก็ทำงานพิเศษเอา
จะลดเรื่องเที่ยว ลดเรื่องใช้จ่ายไม่ดูฐานะบ้าง เพราะรู้ล่ะว่าเงินมันยากน่ะกว่าจะหามาได้แต่ล่ะบาท
คนที่เกิดบนกองเงินก็ดีไป แต่ถ้าใช่ไม่เป็นก็หมดได้เหมือนกันน่ะ(ผมคิด)
อออกจากบริษัททัวร์ ก็มาทำเซเว่น สนุกดี แต่ญาติโทรเรียกให้ลองมาทำที่โรงแรมที่เพิ่งเปิดที่หาดกะตะ
ก็คิดว่ามานจะดีอาน่ะ เอ่อคิดไปคิดมาหลายรอบเหมือนกัน เพราะที่เซเว่นก็เหลืออีกเดือนเดียว
จะได้ประเมินเพื่อที่จะเอาไปอบรมเป็นผู้ช่วยผู้จัดการร้านแล้ว ถึงจะผ่านไม่ผ่านก็น่าลุ้นอยู่
แต่อย่างว่า อยากลองดูนี่ว่าทำงานโรงแรมแล้วมันจะเป็นไง
ผลสุดท้าย ก็เลยตัดสินใจมาลองทำดู
ไม่สนุกเลย ถึงจะได้เจอผู้คนมากมาย ทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ และ ผู้ที่มาติดต่องานต่างๆ
ภาษาผมเหรอ เอิ้กๆๆ งูๆปลา เอาตัวรอดแหละน่า ไม่เก่งหรอก
ทำงานด้านไหนก็มีการแข่งขันกันทั้งนั้น ที่โรงแรมนี่ก็เหมือนกันมีการชิงดีชิงเด่น
นี่ขนาดโรงแรมเล็กๆน่ะ ไม่อยากเชื่อ
แต่ผมไม่สนอยู่แล้ว ที่อยู่ได้ตอนนี้ก็เพราะทำใจ ปล่อยไปไม่สนใจ ทำงานของเราให้ดีก็พอ
ไม่ต้องไปเลียขาเจ้านายก็ได้ดีได้ ไม่จำเป็นต้องหาพักพวก ไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อพระ
ไม่จำเป็นต้องทำตัวเด่น ไม่จำเป็นต้องได้รับคำชมเพราะคำชมอาจทำให้เราประมาท
และอาจทำผิดพลาดได้ในครั้งต่อไป คำติสิดีที่สุด ผมชอบกับคำติทุกสิ่งที่คนอื่นมีให้ผม
เอิ้กๆ ดูเป็นคนโรคจิตป่าว?
ตอนนี้ก็ทำงานไปเรื่อย ยังไม่แน่ใจว่าจะได้เรียนต่อดั่งที่ใจหวังหรือเปล่า
แต่ไม่เป็นไรไม่ต้องใส่ใจ การทำงานก็ดีไปอีกแบบ ได้มีประสบการณ์
การเรียนก็ดีไม่แพ้กัน แต่ประสบการณ์ก็ดีกว่า
หากโอกาสในการณ์ทำงานมารอแล้ว ก็ลองดู เพราะจะได้หาประสบการณ์
ไม่เสียหายนี่นาที่จะคว้าอะไรที่มันดีต่อตัวเอง
เรียนเมื่อไหร่ก็ไม่สายหรอก หากเรามีความมานะพยายามที่จะเรียน
ก็ไม่รู้น่ะว่าคนอื่นจะคิดยังไง
แต่สำหรับเราแล้ว อะไรไม่สำคัญเท่า แม่และครอบครัว ทำอะไรก็คิดถึงพวกเขาก่อนเสมอ
ไม่ว่าจะเรียน จะทำงาน มันกระทบพวกเขาป่าว ถ้าไม่กระทบให้พวกเขาเสียหายหรือเสียใจ ก็ทำ
ทำไม่ไหวก็เลิก ไม่ฝืนตัวเองหรอก แต่จะพยายามให้เต็มที่ก่อน
สุดท้ายนี้ก็ขอฝากอะไรนิดหน่อยล่ะกาน
กาลเวลาที่มันผ่านไปคือบทเรียนแห่งชีวิต
อนาคตคือเวลาที่จะแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด
จงเอาแต่สิ่งดีมาทำต่อ จงแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด
จงลืมสิ่งที่ไม่ดีต่อตัวเอง จงทำในสิ่งที่คิดว่าดีต่อตัวเองและคนอื่นไม่เดือดร้อน
จงมองทุกอย่างอย่างใช่สติ
จงคิดทุกอย่างก่อนที่จะทำ
จงพยายามก่อนที่จะล้มเลิก
ขอให้กำลังใจกลับมา หากคุณให้กำลังใจตัวเองเป็น
ขอให้สิ่งดีๆเกิดกับตัวพวกคุณทุกคน
ขอให้มีความสุขครับ
*****************






ไม่อยากได้อะไรเป็นของมีค่าจากใครทั้งนั้น
ขอความรัก ความห่วงใย ความจริงให้กันก็พอ
แม้มันจะดูน้อยนิดในสายตาของใครบางคน
แต่มันมีค่ามากในใจของใครหลายคน