ผมมักจะรู้สึกเขินๆ หรือแปร่งๆเสมอๆ เมื่อมีคนทักว่า “พี่เป็นดีเจ หรือครับ?” เพราะจริงๆแล้วดีเจ มันมาจากคำว่า Disc Jockey (ไม่แน่ใจว่าเขียนถูกไหม) ที่แปลว่าคนควบคุมแผ่นดิสค์ในการเปิดเพลงในสถานีวิทยุ หรือพวกดีเจรายการเพลงทั้งหลายนั่นแหละ
แต่ของผมมันน่าจะใช้คำว่า “นักจัดรายการวิทยุ” มากกว่า เพราะมันเป็นรายการพูด ไม่ใช่รายการเพลง แม้ว่าผมจะชอบเอาเพลงที่แต่งเอง ไปเปิดอยู่บ่อยๆ ตามประสาคนอยากดัง
(เข้าไปฟังเพลงของผมได้ที่นี่ครับ http://radio.sanook.com/choose_song.php?artistID=7341 )
เวลาโดนถามว่าเป็นดีเจ ใช่ไหม ผมก็มักจะตอบไปว่า เรียกว่านักจัดรายการวิทยุดีกว่า และผมเองก็จัดแค่สัปดาห์ละครั้งเอง มันเป็นแค่งานพิเศษ ไม่ใช่งานประจำ ผมไม่ได้จัดบ่อยๆ ดังนั้นจึงรู้สึกเขินๆ กึ่งๆอาย เสมอๆ เมื่อมีคนเรียกว่า “ดีเจ” แต่หลังๆ ผมก็เริ่มชิน และเริ่มแอบภูมิใจกับคำนี้เหมือนกันแฮะ (ตามประสาคนอยากดัง)
คำถามยอดนิยม เวลาที่มีคนรู้ว่าผมเป็น ดีเจ และเข้ามาคุยกับผมก็คือ “พี่เข้าไปจัดรายการได้ยังไง” , “ทำอย่างไรถึงจะได้เป็นดีเจ” เนื่องจากมีคนอยากทำงานนี้กันมาก
เวลาเจอคำถามแบบนั้น ผมไม่ค่อยอยากตอบเท่าไหร่ เพราะผมเองก็ไม่ใช่ดีเจ ระดับชั้นแนวหน้า ที่จะไปสั่งสอน แนะนำใครได้ แค่ยังได้จัดอยู่สัปดาห์ละ 1 วัน (2 ชม.) ก็บุญหัวแล้ว แต่ในเมื่อเขาอยากจะให้ตอบ ผมก็มักจะตอบไปว่า “ทำยังไงถึงจะได้เป็นดีเจ นะเหรอ อืมม ทำบุญครับ ทำบุญเยอะๆ”
หลังจากตอบไปแบบนั้น คนถามก็จะบอกว่า “เอาจริงๆสิ ตอบดีๆสิครับ” ซึ่งผมก็ตอบไปว่า “ก็เนี่ยตอบจริงๆ ตอบดีๆแล้ว เพราะคุณเคยเห็นเขารับสมัครสอบเข้าบรรจุเป็นดีเจ หรือเปล่าล่ะ เคยเปิดเว็บสมัครงาน หรือหนังสือสมัครงานแล้วเจอประกาศรับสมัครเข้าเป็นดีเจไหม”
พอบอกไปอย่างนั้น คนถามก็เลยเริ่มเข้าใจในคำตอบของผม เพราะก็อย่างที่บอกไปแหละครับว่า การจะมาเป็นดีเจนั้น ผมคิดว่ากว่า 85% มาจากการมี credit และ connection มากกว่าการที่สมัครสอบกันเข้าไป (ผมยังไม่เคยเห็นรับสมัครสอบเป็นดีเจ เลยครับ)
อย่างผมก็มาจาก credit และ connection à credit ของผมคือการทำงานอยู่ในองค์กรกีฬาชั้นนำอย่าง สยามกีฬา มา 3 ปี มีประสบการณ์การเขียนข่าว คอลัมน์ ดังนั้นเมื่อมีองค์กรใดต้องการรับดีเจ จัดรายการกีฬา ฟุตบอล ผมก็มี credit พอตัวที่จะกลายเป็น candidate ได้
แต่ credit อย่างเดียวมันไม่พอหรอกครับ เพราะคนที่มี credit มีประสบการณ์ในงานสายนี้มากกว่าผมก็มีอยู่มากมายมหาศาล แต่เขาไม่มี connection คือไม่มีเพื่อนพ้องที่สามารถนำโอกาสแบบนี้มาเสนอให้เขาได้ แต่ผมโชคดีที่ผมมี ก็แค่นั้นเอง หรือบางคนไม่มี credit และประสบการณ์ แต่มี connection มีเส้นสาย ก็สามารถกลายเป็นดีเจ ได้เหมือนกัน
ผมคิดว่านอกจาก credit และ connection แล้ว โชคชะตา หรือว่า ดวง ก็คือปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่คุณจะต้องมี ถ้าอยากเป็นดีเจ
ดังนั้นในโลกนี้ยังมีคนเก่งที่ขาดโอกาส และยังจมอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งอยู่อีกเยอะแยะ แต่อย่างไรก็ขอให้สู้กันต่อไปครับ
ผมเคยเข้าไปดู camfrog ที่เป็นโปรแกรมแชต และมีคนสถาปนาตัวเองเป็นดีเจ ประจำห้อง คอยเปิดเพลงให้คนที่เข้ามาแชตฟัง และพูดจากทักทาย ทำเสมือนดีเจในวิทยุ แรกๆผมก็ขำๆ เพราะคิดว่าคนพวกนี้มันว่างกันมากหรือไง จึงเอาเวลามาทำอะไรไร้สาระแบบนี้
แต่พอมาคิดดูอีกมุมหนึ่ง คนพวกนี้เขาใจรักจริงๆนะ พูดจนน้ำลายแห้ง เงินก็ไม่ได้ แถมต้องเสียค่าแผ่นเพลง ค่าไฟอีก ก็ยังอุตสาห์ทำ เพราะใจรัก เพราะอยากให้คนเรียกตัวเองว่า “ดีเจ”
เมื่อคิดได้อย่างนั้นผมจึงกลับมาแอบภูมิใจกับคำนี้ แม้ว่าจะรู้ดีว่ามันก็ยังทะแม่งๆ สำหรับคนที่ทำงานนี้เป็นแค่งานพาร์ทไทม์ อย่างผม แต่ผมก็จะทำให้สุดความสามารถ เพราะผมมีโอกาสดีกว่าคนอื่นๆแล้ว ผมมีโอกาสได้ทำงานนี้ งานที่ใครอีกหลายคนอยากจะทำ ถึงขนาดจัดฟรีก็เอา ดังนั้นผมควรจะภูมิใจกับงานนี้ และทำมันให้ดี ขณะเดียวกันก็ต้องตั้งใจทำงานประจำของตัวเองให้ดี ควบคู่กันไปด้วย