บล็อก Blog
บล็อก Blog บล็อก บลอก บล๊อก หาเพื่อน บล็อก Blog  
  ตารางและสรุปเหรียญ(อยู่ท้ายเรื่องนะครับ) โอลิมปิคกีฬาแห่งมวลมนุษย์ชาติ##รอบรั้วสวนยางพารา##
หน้าแรก อัลบั้ม เพื่อน บล๊อกโปรด สมุดเยี่ยม
ค้นหา    แบบละเอียด
yangpara album

รอบรั้วสวนยางพารา

i-611.gif

การปลูกสร้างสวนยาง
การรวบรวม
สถิติรวม
เขียนบล็อก (18)
คอมเมนท์ (990)


thai_flag.jpg

08new_beijing_logo.gif    ร่วมเชียร์นักกีฬาไทย ในโอลิมปิค 2008    08new_beijing_logo.gif

BX.gifWL.gifTK.gifAT.gifBD.gifCR.gifFE.gif

SA.gifSH.gifSW.gifTE.gifTT.gif

Thai-flag-002_resize.jpg รายชื่อนักกีฬาไทย 51 คน  Thai-flag-002_resize.jpg


Thai-flag-002_resize.jpg1. มวยสากลสมัครเล่น จำนวน 8 คน       Olympic_boxing2.jpg   Olympic_boxing3.bmp

นายอำนาจ รื่นเริง,                                                 ร้อยตรี สมจิต จงจอหอ ,

สิบเอก วรพจน์ เพชรขุ้ม,                                        จ่าอากาศเอก สายลม อาดี ,

สิบเอก พิชัย สาโยธา ,                                           นายมนัส บุญจำนง,

นายนนท์ บุญจำนง,                                                  จ่าอากาศตรี อังคาร ชมพูพวง

Olympic_boxing_frame.jpg


Thai-flag-002_resize.jpg 2. ยกน้ำหนัก จำนวน 7 คน    Olympic_weight_frame.jpg     Olympic_weight2.jpg

นายพงษ์ศักดิ์ มณีทอง,                                        นายไพศาล หรรษาวงค์,

นายสิทธิศักดิ์ ศุภลักษณ์,                                     นางสาว เปรมศิริ บุญพิทักษ์,

นางสาว เพ็ญศิริ เหล่าศิริกุล ,                               นางสาว ประภาวดี เจริญรัตนธารากุล

นางสาว วันดี คำเอี่ยม


Thai-flag-002_resize.jpg 3. เทควันโด จำนวน 3 คน  Olympic_tekd2.jpg             Olympic_tekd_frame.bmp                  

นายชัชวาล ขาวละออ,                                             นางสาวบุตรี เผือดผ่อง

นางสาวชลนภัส เปรมแหวว


Thai-flag-002_resize.jpg 4. ยิงปืน จำนวน 4 คน        Olympic_sht1.jpg                  Olympic_ยิงปืน.jpg           

นายจักรกฤษณ์ พาณิชย์ผาติกรรม,                       นางสาวธัญญลักษณ์ โชติพิบูลย์ศิลป์,

นางสาวศศิธร หงส์ประเสริฐ                                  นางสาวธัญญภรณ์ พฤกษากร


Thai-flag-002_resize.jpg 5. ยิงเป้าบิน จำนวน 1 คน              Olympic_ยิงปืนเป้าบิน2.jpg      Olympic_ยิงปืนเป้าบิน3.jpg        

นางสาวสุธิยา จิวเฉลิมมิตร


Thai-flag-002_resize.jpg 6. วินด์เซิร์ฟ จำนวน 2 คน 

นายเอก บุญสวัสดิ์                      นางสาวนภาลัย ธารใส

ws_olympic.jpg


Thai-flag-002_resize.jpg 7. กรีฑา จำนวน 15 คน                   Olympic_กรีฑา2.jpg          Olympic_กรีฑา3.jpg

นางสาววาสนา วินาโท,               นางสาวหนึ่งฤทัย ใจเพชร ,      นายทวีศักดิ์ พูลทอง,   

นางสาวจุฑามาศ ถาวรเจริญ,      นางสาวบัวบาน ผามั่ง,             นายอภินันท์ สุขอภัย,

นายสิทธิชัย สุวรประทีป,              นายศิริโรจน์ ดาราสุริยงค์,        นายสมโภชน์ สุวรรณรังษี,

นายวัชระ สอนดี,                          นางสาวนงนุช แสนราช ,          นางสาวอรนุช กล่อมดี ,

นางสาวจินตหรา เสียงดี,              นางสาวสังวาลย์ จักษุนิล,        นางสาวพัชรินทร์ จันแดง

 


Thai-flag-002_resize.jpg 8. ว่ายน้ำ จำนวน 2 คน                   Olympic_sw2ว่ายน้ำ.jpg             Olympic_sw1.jpg

นางสาว ณัชฐานันทร์ จันทร์กระจ่าง,            นางสาว นิมิตร ทวีทรัพย์สุนทร


Thai-flag-002_resize.jpg 9. แบดมินตัน จำนวน 4 คน  Olympic_bd3.jpg    Olympic_bd_1.jpg  

นายบุญศักดิ์ พลสนะ,                นางสาวสลักจิต พลสนะ,

นายสุดเขต ประภากมล              เรืออากาศโทหญิง สราลีย์ ทุ่งทองคำ

Olypic_bd3.jpg


Thai-flag-002_resize.jpg 10. เทเบิลเทนนิส จำนวน 1 คน    นางสาว นันทนา คำวงศ์                               Olympic_pp1.jpg                             Olympic_pp2.bmp

   

 


Thai-flag-002_resize.jpg 11. ฟันดาบ จำนวน 2 คน           Olympic_ff2_frame.jpg                 Olympic_ff_frame.jpg         

นายนนทพัฒน์ ปานจันทร์       นายวีระเดช คอชนีย์

   
Thai-flag-002_resize.jpg 12. จักรยาน จำนวน 1 คน      Olypic_bc0.jpg                     Olympic_bc1.jpg           

นางสาว จันทร์เพ็ง นนทะสิน


Thai-flag-002_resize.jpg 13. เทนนิส จำนวน 1 คน     

นางสาว แทมมารีน ธนสุกาญจน์                 

Olympic_tn1.jpg

 

Olympic_tn2.jpg

                    

 

ตารางการแข่งขัน http://football.sanook.com/olympic08/schedule-by-type.php

 

ช่วยกันส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทย ในมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ โอลิมปิก 2008 ที่ปักกิ่งกันนะครับ

 

imggetimageqt9.jpgimggetimageqt9_.jpg

 

คลิ้กดูตารางการแข่งขันและสรุปเหรียญ





หลังจากออนแอร์(อัพบล็อก)เรื่องการเพิ่ม Smilies ,emo ให้ Cbox

อยู่ได้แค่วันสองวันก็เกิดผิดพลาดทางเทคนิคทำให้ข้อมูลเรื่องราวที่ลงไปแล้วหายไปหมด

วันนี้จึงขอกลับมาอัพเรื่องนี้ใหม่อีกครั้งนะครับ

มาดูกันอีกครั้งกับ 8.1 ขั้นตอนง่ายๆในการเพิ่มตัว Smiley หรือ emo ให้กับ Cbox ของเรา

ขั้นตอนที่ 1

เข้าไปที่หน้าเวปของ Cbox ก่อนครับ http://www.cbox.ws/ หรือไปคลิ้กที่ลิงค์ในกล่อง Cbox ของเราตามรูปครับ

cbox000.jpg

..............................................

ขั้นตอนที่ 2

เมื่อเข้าเวปของ Cbox แล้วก็ใส่ Username / Password เพื่อล็อคอินเข้าใช้งาน Cbox

cbox001.jpg

..........................................

ขั้นตอนที่ 3

เมื่อล็อกอินเข้ามาแล้วอย่ารอช้าตรงไปที่ Smilies เลยนะเจ้ เอ้ยย นะจ๊ะ เอ๊ยย นะครับ

002cbox.jpg

......................................................

ขั้นตอนที่ 4

scroll mouse ลงไปจนสุดเรย จะเห็นช่องเพิ่ม URL (เห็นมะครับ)

003cbox.jpg

........................................................

ขั้นตอนที่ 5

ตามไปเอา URL เรยยครับ ที่ http://www.mysmilies.com(หรือเวปอื่นๆก็ได้นะครับ)

cbox004.jpg

...............................................................

ขั้นตอนที่ 6

เมื่อเลือกตัว Smiley ที่โดนใจแล้ว ก็คลิ้กที่ตัว Smiley นั้นแล้วโค้ด(url) จะล่องลอยเข้าไปในกรอบตามรูปด้านล่าง

คลิ้ก(เมาส์)ขวาเลือก Copy เอา URL เรยครับ

cbox005.jpg

.............................................................

ขั้นตอนที่ 7 และ ขั้นตอนที่ 8

นำ URL ที่ก๊อปปี้มา ไปวางลงในช่องวาง URL เลยครับ

cbox007.jpg

cbox008.jpg

URL ที่ก๊อปมาจะติด [img] มาด้วยให้ลบทิ้งเลยครับ

[img].............................................................[img] ลบทิ้งไปเรยทั้งหัวและท้าย

และระวัง http:// ซ้อนกันนะครับ ถ้าหากเห็นซ้อนกันสองอันอย่างนี้ http://http:// ลบออกให้เหลืออันเดียว

......................................................

ขั้นตอนที่ 8.1 (ขั้นตอนนี้น้องในสนุกบล็อกเม้นท์เข้ามาบอกครับ)

อย่าลืมใส่ชื่อให้กับตัว smiley หรือ emo ในช่อง Code ด้วยนะครับไม่งั้น smiley ที่เลือกมาเยอะๆจะเซฟไม่ติด

cbox008_1_1.jpg

จบแล้วครับ ลองทำกันดูนะครับ

 

 

 

 





มื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผ่านมานานแล้วหละครับ หุหุ 

ผมเปิดทีวีดู ช่วงเวลานั้นไม่มีรายการอะไรน่าสนใจ

เลยนั่งกดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเรื่อย กดไปเจอช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งปัจุบันเปลี่ยนเป็น NBT  ไปแล้ว 

น่าจะเป็นรายการ “เวทีชาวบ้าน” ผมจำชื่อผู้ดำเนินรายการท่านนั้นไม่ได้

ายการน่าจะเริ่มมาได้สักพักหนึ่งแล้ว ท่านผู้ดำเนินรายการได้พาไปที่บ้านคลองเปี้ยะ ต.จะนะ  จังหวัดสงขลา ไปพบกับคุณลุงท่านหนึ่งชื่อคุณลุงอัมพร ด้วงปาน

คุณลุงเป็นประธานกลุ่มออมทรัพย์ตำบลคลองเปี้ยะ และยังเป็นประธานกลุ่มปลูกป่าเพื่อพัฒนาคนคลองเปี้ยะ

และที่น่าสนใจทำให้ผมไม่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปไหนคือคุณลุงได้จัดตั้ง

“โครงการปลูกต้นไม้เพื่อลูก”

tree.jpg
มเคยคิดว่าปลูกต้นไม้ยืนต้นไปก็ไม่ทันได้ใช้ไม่ทันได้ขายกว่าจะโตงั้นจะปลูกไปทำไม อยู่เฉยๆดีกว่าจริงมั๊ยครับ (หลายๆท่านก็น่าจะเคยคิดอย่างนี้เหมือนกัน....หาแนวร่วมครับ...หุหุ) 

เพื่อนผมบางท่านก็พูดตรงๆน้ำเสียงเอาจริงเอาจัง "ปลูกไปเฮ็ดหยัง ไม้ใหญ่  ซั่วสิใญ่ ผู่ปลูกตายก่อน บ่ทันได้ไซ้"*** (ขออนุญาตออกเสียงในฟิล์มเป็นภาษาอีสานครับ ดูคำแปลด้านล่างสุดนะครับ ฮิฮิ)นรายการผู้ดำเนินรายการท่านก็ถามไปคุยไปคุณลุงก็เล่าไป ถึงที่มาที่ไปของโครงการ วัตถุประสงค์ ประโยชน์ที่จะได้รับซึ่งมีมากมาย ผมจำคำพูดคำเล่าของท่านทั้งสองไม่ได้ครับ แต่ได้หลัก ได้แนวความคิด แนวการปฏิบัติมา

tree00.jpg


"โครงการปลูกต้นไม้เพื่อลูก"เริ่มปลูกวันนี้ได้ประโยชน์วันนี้ ตั้งแต่ตัวผู้ปลูกเอง ไปจนลูก หลาน สิ่งแวดล้อมดีขึ้น อากาศดีขึ้น ลดสภาวะโลกร้อน 10ปี 20ปี 50ปี พอลูก-หลานโตต้นไม้โตสามารถตัดไปทำประโยชน์ได้ แปรรูปสร้างบ้าน ได้บ้านไม้ดีๆสวยๆไม่ต้องเสียสตางค์ไปซื้อประหยัดเงินไปได้เยอะ หรือตัดขายก็ยังได้ครับ ถึงแม้ตัวเรา-ลูก-หลาน-เหลนของเราไม่ใช้ ธรรมชาติก็ได้ใช้

home3.jpg    

คุณลุงอัมพรยังบอกอีก ว่าตัด 1 ปลูก 3 นั่นคือคิดจะตัดต้นไม้ 1 ต้นต้องปลูกเพิ่มล่วงหน้า 3 ปี 3 ต้น ทุกวันนี้ท่านก็ยังปลูกต้นไม้อยู่และยังได้ชักชวนชาวบ้านเข้าโครงการ "ปลูกต้นไม้เพื่อลูก" และยังมีต้นกล้าแจกฟรีแถมด้วยเงินค่าดูแลอีกเดือนละ 3 บาทต่อต้นให้อีกด้วย เช่นปลูก 100 ต้น รับไปเลยเดือนละ 300 ให้นำไปปลูกในที่ดินว่างเปล่าของตนเอง ปลูกตามหัวไร่ปลายนา ซึ่งคุณลุงก็จะมีวิธีการตรวจสอบตรวจเช็คว่าเอาไปปลูกกันดูแลกันจริงหรือเปล่า เมื่อต้องการตัดต้นไม้ไปใช้ประโยชน์ให้ตัดได้เพียง 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนที่ปลูก

home2.jpg

ายการดำเนินไปต่อ จบอย่างไรไม่ทราบได้ เพราะผมจำเป็นต้องปิดทีวีเพื่อออกไปทำธุระนอกบ้านซะก่อน.......

 

แต่...วันนั้น ลุงอัมพรได้เปลี่ยนความคิดผม

และ...วันนี้ ผมได้ปลูกต้นไม้แล้ว "ปลูกต้นไม้เพื่อลูก"

 

*ปลูกไปเฮ็ดหยัง = ปลูกไปทำไม
*ซั่วสิใญ่ = กว่า(ต้นไม้)จะใหญ่
*ผู่ปลูกตายก่อน บ่ทันได้ไซ้ = คนปลูกตายซะก่อน ไม่ทันได้ใช้(ประโยชน์จากต้นไม้ที่ปลูก)





หยิบเขามาเล่าต่อ....ตอน

10 ข้อที่ผู้ชายเสียเปรียบผู้หญิง?

ผมก๊อปไว้นานแล้วมั้งก๊อปมาจากเวปหรือบล็อกไหนก็จำไม่ได้แล้ว

เดิมทีเดียวคิดว่าจะเอาไปลงไว้ที่ Hi5

แต่ด้วยความที่ไม่ค่อยมีเวลาไปที่ Hi5 เลยขอนำมาลงที่นี่แทนนะครับ

ถือว่าอ่านเล่นสนุกๆคั่นเวลากันนะครับ

ตามผมมาเลยครับ มาดูกันว่า 10 ข้อที่ผู้ชายเสียเปรียบผู้หญิง? ที่เขาว่ามานี้จะจริงหรือเปล่า


ข้อ 1
ผู้หญิงหอมแก้มกัน : ดูน่ารัก
ผู้ชายหอมแก้มกัน : อืยยย...หวาดเสียว ขนลุก


ข้อ 2
ผู้หญิงใส่กางเกงฟิตๆ : น่ามองจริงๆ น่าชม
ผู้ชายใส่กางเกงฟิตๆ : แหยะ! จะอ้วก


ข้อ 3
ผู้หญิงตบผู้ชาย : ป้องกันตัว หรือ "สุดจะทน"
ผู้ชายตบผู้หญิง : ไอ้หน้าตัว... !


ข้อ 4
ผู้หญิงร้องไห้ : ดูน่าสงสาร
ผู้ชายร้องไห้ : ปลาซิว


ข้อ 5

ผู้หญิงเป็นเพื่อนกัน ดูแลห่วงใยเอาใจใส่กัน : ดูน่ารักดี สดชื่น
ผู้ชายเป็นเพื่อนกัน ดูแลห่วงใยเอาใจใส่กัน : ชักแปลก ดูเหมือนคู่เกย์


ข้อ 6
ผู้หญิงหลอกรับประทานผู้ชาย : อ่อ อาจเป็นเรื่องปกติ
ผู้ชายหลอกรับประทานผู้หญิง : สารเลว เกาะผู้หญิงกิน


ข้อ 7
ผู้หญิงพูดตรงๆ : ดูเป็นคนเปิดเผย
ผู้ชายพูดตรงๆ : ไอ้ ba พูดไม่เข้าหูคน


ข้อ 8
ผู้หญิงเข้าห้องน้ำผู้ชาย : มันผิดพลาดกันได้!
ผู้ชายเข้าห้องน้ำผู้หญิง : ไอ้ ba ! โรคจิต


ข้อ 9
ผู้หญิงเดินตกท่อ : น่าสงสารจัง เป็นอะไรมากมั้ย?
ผู้ชายเดินตกท่อ : ไอ้โง่! เดินไม่ดูตาม้าตาเรือซะเลย


ข้อ10
ผู้หญิงขับรถปาดหน้า : ช่างเหอะ ผู้หญิงก้ออย่างนี้แหละ
ผู้ชายขับรถปาดหน้า : แซงขึ้นแล้วยิง![ยาว]

เขาว่ากันว่า "เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก"

แต่น้าหลุยส์ว่า "เกิดเป็นชายยิ่งยากลำบากกว่า"  ฮิฮิฮิ

แล้วเพื่อนๆหละครับมีความคิดเห็นยังไงกันบ้างครับ





ยิบเขามาเล่าต่อ…ตอน “องุ่นแบล็คโอปอร์” กับวิธีปลูกติดผลหน้าบ้าน

ผมได้ไปอ่านคอลัมน์ของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง น่าจะเป็นไทยรัฐนะครับ ชื่อคอลัมน์ “เกษตรกรบนแผ่นกระดาษ” เขียนโดย “นายเกษตร” ฉบับวันไหนผมจำไม่ได้แล้วหละครับ

ผู้เขียนจั่วหัวไว้ว่า “องุ่นแบล็คโอปอร์” กับวิธีปลูกติดผลหน้าบ้าน

farm.jpg

ผมอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์ดีสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกองุ่นทั้งที่หน้าบ้านในรั้วบ้านของตนเองหรือปลูกแซมในไร่ในสวน อีกทั้งสามารถสร้างสุขสร้างกิจกรรมภายในครอบครัวได้เป็นอย่างดี

แหม...ใครจะคิดหละครับว่าต้นองุ่นที่เรามักจะเห็นแต่ในไร่ หรือในละครทีวีที่ไม่ฝ่ายนางเอก รึไม่ก็ฝ่ายพระเอกมักจะเป็นเศรษฐีร่ำรวยมีไร่องุ่นแล้วก็มีเหตุให้พระเอกนางเอกไปพบรักกันที่นั่น

รึไม่ก้อตอนจบ พระเอกตามไปง้องอนนางเอกที่ไร่องุ่นแล้วเรื่องราวก็จบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง โอ้...คิดแล้วมันช่างโรแมนติกเสียจริงๆ...

แต่บัดนี้...เราก็สามารถปลูกองุ่นลงหน้าบ้านเพื่อสร้างบรรยากาศให้โรแม้นนติกที่บ้านของเราเอง เผื่อว่างอนกับคนรักเมื่อไหร่ ก็ตามไปง้อใต้ต้นองุ่นหน้าบ้าน ไม่ต้องไปไกลอย่างในละคร ฮิฮิ  และยังให้ผลมารับประทานได้อีกด้วย ปลูกเพียงประมาณ 10-12 เดือนก็ให้ผล

ผมจึงขออนุญาตหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและนายเกษตรไว้ ณ ที่นี้ เอามาเล่าต่อใน "หยิบเขามาเล่าต่อ" ตามผมมาเลยครับ.........

angun.jpg

“องุ่นแบล็คโอปอร์” กับวิธีปลูกติดผลหน้าบ้าน

ผู้อ่าน จำนวนมากที่นิยมปลูกไม้ผลกินได้ในบริเวณบ้าน อยากปลูกองุ่นไว้บนที่ว่างหน้าบ้าน เพื่อความแตกต่างบ้าง แต่ไม่รู้วิธีปลูก กลัวปลูกแล้วตาย ทำให้เสียเวลาเปล่าๆ ซึ่งก็เป็นจังหวะพบว่ามีผู้นำเอาต้นองุ่นพันธุ์ดี ชื่อ “องุ่นแบล็คโอปอร์” มาวางขาย เป็นองุ่นไร้เมล็ด รสชาติพิเศษเป็นที่นิยมของผู้บริโภคมากในปัจจุบัน จึงขอคำแนะนำวิธีปลูกให้ติดผลในที่ว่างหน้าบ้าน สามารถเป็นทั้งไม้ผลกินได้และไม้ประดับโชว์ความสวยงามของผลเป็นพวง สนองความต้องการแฟนคอลัมน์ทันที

องุ่นแบล็คโอปอร์ (BLACK OPOR) อยู่ในสกุล VITIS อยู่ในวงศ์ VITACEAE เป็นไม้เถาเลื้อย ใบเดี่ยว รูปกลม ขอบหยัก ผลสดเป็นพวง รูปผลกลมรี ยาวประมาณ 1 นิ้วฟุต ผลเป็นสีแดงอมม่วง ไม่มีเมล็ด เปลือกผลไม่มีรสฝาด บาง ไม่แตกง่าย เนื้อแน่น รสหวาน กรอบ อร่อยมาก ติดผลดกเป็นพวงแน่น เวลาติดผลเป็นพวงห้อยลงดูสวยงามมาก

ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง ซึ่ง “องุ่นแบล็คโอปอร์” เป็นองุ่นปลูกง่าย ให้ผลผลิตเร็วใช้เวลาปลูก 10-12 เดือน ก็ติดผลได้แล้ว ที่สำคัญสามารถปลูกในบริเวณบ้าน หรือบริเวณหน้าบ้านที่มีพื้นที่จำกัดไม่มากได้ด้วย เวลาติดผลห้อยเป็นพวง จะสร้างบรรยากาศน่าชมยิ่ง

วิธีปลูก ใช้เสาปูนหน้ากว้าง 3 นิ้ว ยาว 2.5-3 เมตร (มีขายทั่วไปตามร้านวัสดุก่อสร้าง) ขุดหลุมฝังเสาให้เหลือส่วนเหนือดินสูง 1.5 เมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกพอประมาณ ใช้ 2 เสาฝังห่างกันประมาณ 8-10 เมตร จากนั้นเอาต้น “องุ่นแบล็คโอปอร์” ลงปลูกติดกับโคนเสาทั้ง 2 เสา กลบดินให้แน่น ใช้เชือกผูกต้นหรือเถาให้แนบกับเสาปูน ปลายเสาทำคานขวางทั้ง 2 เสาให้แน่น ใช้ลวดเบอร์ 11 ขึงเชื่อมกัน 5-6 เส้น เหมือนทำราวตากผ้า รดน้ำเช้าเย็นอย่างสม่ำเสมออย่าให้ขาด บำรุงปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยมูลค้างคาวโรยรอบโคนต้น 2 เดือนครั้ง

เมื่อต้นหรือเถาสูงขึ้นไปพันลวดที่ขึงได้ ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 จำนวน 50 กรัมต่อต้น ประมาณครึ่งกำมือทุกๆ 1 เดือน

เมื่อปลูกได้อายุ 6-7 เดือน ต้องตัดแต่งกิ่งโดยเลือกตัดกิ่งที่แก่เป็นสีน้ำตาลเข้มทิ้ง ก่อนตัดกิ่งต้องงดให้น้ำ 2-3 อาทิตย์ เสร็จแล้วใส่ปุ๋ยสูตรเสมอตามที่บอกข้างต้นหลังตัดแต่งกิ่ง 10 หรือ 15 วัน เพื่อบำรุงยอด ใบ และดอก จากนั้นประมาณ 2 อาทิตย์ จะมีใบอ่อนและดอกพร้อมกันให้เห็น จากนั้นนับไป 20 วัน ให้ใส่ปุ๋ย 13-13-21 เร่งการเจริญของดอก 40 วัน ใส่ปุ๋ย 0-0-50 เพิ่มคุณภาพผล และผิวผล พอย่างเข้าสู่ วันที่ 70-90 ใส่ปุ๋ย 8-24-24 ช่วยให้ เนื้อองุ่นมีรสชาติหวานกรอบอร่อย ติดผลเป็นพวงสวยงาม

ถ้าปลูกลงกระถางต้องใช้ขนาดใหญ่ ใช้วิธีปลูกดูแลแบบเดียวกันสามารถติดผลได้ ปัจจุบัน “องุ่นแบล็คโอปอร์” มีขายที่ ตลาดนัดไม้ดอก ไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ แผง “คุณภิญโญ-คุณรุ่งโรจน์” ตรงข้ามโครงการ 13 ราคาสอบถามกันเองครับ.
“นายเกษตร”

angun2.jpg

...The end...

 

 




ดูบล็อกย้อนหลัง
สิงหาคม 2551 (1) | มิถุนายน 2551 (4) | พฤษภาคม 2551 (3) | เมษายน 2551 (3) | มีนาคม 2551 (2) | กุมภาพันธ์ 2551 (2) | มกราคม 2551 (2) | ธันวาคม 2550 (1) |
รอบรั้วสวนยางฯ

 

yushi_01.gif

ยางพาราดันรายได้อีสานอู้ฟู่หมื่นล้าน

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 50 

ธปท.อีสานเผยยางพารามีอนาคตสดใสในภาคอีสาน คาดภายใน 5 ปีข้างหน้านี้จะมีพื้นที่ปลูกมากกว่า 2 ล้านไร่ สร้างรายได้ให้ภาคอีสานมากกว่า 15,000 ล้าน

นายสมชาย เสตกรณุกูล ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ธนาคารแห่งประเทศไทย จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยถึงสถาน การณ์ยางพาราในพื้นที่ภาคอีสานว่ามีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสถิติระหว่างปี 2547-2549 ในแต่ละปีจะมีพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 ซึ่งเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่สูงกว่าภาคอื่น แต่ปัจจุบันผลผลิตโดยรวมยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับผลผลิตทั่วประเทศที่มีมากกว่าปีละ 3 ล้านตัน


ทั้งนี้ข้อมูลในปี 2549 ภาคอีสานมีพื้นที่ปลูกยางพารารวมประมาณ 1,500,000 ไร่ ในจำนวนนี้สามารถกรีดยางได้แล้ว 500,000 ไร่ ส่วนในปีนี้คาดว่าภาคอีสานจะมีพื้นที่ปลูกยางพาราเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว หรือมีพื้นที่ปลูกยางพาราประมาณ 2 ล้านไร่ โดยพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ในภาคอีสานตอนบน ได้แก่ เลย หนองคาย และอุดรธานี ส่วนภาคอีสานตอนล่างปลูกมากในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์


นายสมชาย เปิดเผยอีกว่า จากข้อมูลของศูนย์วิจัยยางพารา จังหวัดหนองคายรายงานว่า ในปัจจุบันภาคอีสานมีพื้นที่ปลูกยางพาราได้ดีมากประมาณ 19 ล้านไร่ สามารถให้ผลผลิตน้ำยางพาราปีละ 250-400 กิโลกรัมต่อไร่ ส่วนพื้นที่ระดับรองลงมาประมาณ 5.8 ล้านไร่จะสามารถผลิตยางพาราได้ปีละ 200-250 กิโลกรัมต่อไร่

ปัจจุบันในภาคอีสานมีผลผลิตยางพาราออกสู่ท้องตลาดปีละประมาณ 13,000 ตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 4-5 ของผลผลิตทั้งประเทศที่มีจำนวนผลผลิตรวมปีละประมาณ 3 ล้านตัน


"
ในปี 2549 ที่ผ่านมาประเมินว่า ในภาคอีสานมีรายได้จากผลผลิตยางพาราประมาณ 7,800 ล้านบาท โดยเฉพาะเกษตรกรจะมีรายได้ปีละประมาณ 16,000 บาทต่อไร่ แต่คาดว่าในปี 2554-2555 ในภาคอีสานจะมีพื้นที่กรีดยางพารามากกว่า 1 ล้านไร่ ซึ่งจะส่งผลทางเศรษฐกิจทำให้ภาคอีสานมีรายได้จากยางพาราสูงถึงปีละ 15,000 ล้านบาท โดยยางพาราจะให้ราคาสูงมากเมื่อเทียบกับพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น จึงนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอีกตัวหนึ่งของภาคอีสาน" นายสมชายกล่าว

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2550

yushi_01.gif

จีน-เวียดนาม-ไทยทุ่มสวนยางลาว

กว่าล้านไร่

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 ธันวาคม 2550 15:17 น.
 
ภาพถ่ายวันที่ 24 พ.ย.2550 ต้นยางในสวนยางแขวงบอลิคำไซ ของนักลงทุนจากเวียดนาม สถาบันวิจัยการเกษตรของลาวกล่าวว่า ปัจจุบันยังมีพื้นที่เตรียมปลูกยางอีกกว่า 1 ล้านไร่ (แฟ้มภาพ: AFP)
       
ผู้จัดการรายวัน-- ไม่กี่ปีมานี้นักลงทุนจีนเวียดนามได้ขยายพื้นที่ปลูกยางพาราในลาวอย่างกว้างขวาง ซึ่งแหล่งข่าวที่ทราบเรื่องดีกล่าวว่า มีการเตรียมพื้นที่อีกกว่า 1 ล้านไร่สำหรับปลูกยางพารา
       
       นักลงทุนจีนได้ยึดหัวหาดในแขวงภาคเหนือของลาวทำสวนยาง เพื่อนำผลผลิตกลับไปใช้ในประเทศ ส่วนใหญ่จะเริ่มผลิตน้ำยางได้ตั้งแต่ปี 2554 นี้เป็นต้นไป
       
       นักลงทุนจากเวียดนามยึดภาคกลางกับภาคใต้ลาวเป็นหัวหาด และ กำลังขยายพื้นที่ออกไปอย่างไม่หยุดยั้งขณะที่ราคาในตลาดโลกยังสูงและราษฎรชาวลาวที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้ที่ดี เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย
       
       นักลงทุนจากจีนได้เข้าทำสวนยางในแขวงหัวพันทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แขวงเซียงขวางที่อยู่ติดกัน กับแขวงหลวงน้ำทา พงสาลี และบ่อแก้ว ทางตะวันตกเฉียงเหนือประเทศ ดับหลวงน้ำทาทางตอนเหนือสุดของประเทศ
       
       ตามรายงานของสถาบันวิจัยการเกษตรและป่าไม้ของลาว (National Agriculture and Forestry Research Institute of Laos) หรือ NAFRIL นักลงทุนจากจีนยังมีโครงการปลูกยางพาราอีกหลายแห่ง

ส่วนนักลงทุนจีนยึดหัวหาดใน 5 แขวงภาคเหนือของลาวเป็นสวนยางเนื่องจากมีชายแดนติดกับมณฑลหยุนหนัน สามารถรับซื้อผลผลิตส่งกลับประเทศได้ (ภาพ: AFP)
       การสำรวจเมื่อปี 2549 โดย NAFRIL ได้พบว่ามีสวนยางพาราครอบคลุมพื้นที่ 11,778 เฮกตาร์ (73,612 ไร่) แต่กำลังจะมีการปลูกบนเนื้อที่อีก 181,840 เฮกตาร์ (1,136,500 ไร่) ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวออนไลน์เอเชียไทมส์ (AsiaTimes Online)
       
       นักลงทุนจากจีนเริ่มเข้าทำสวนยางในลาวมาตั้งแต่ปี 2545 พอปี 2547 ก็มีการระดมทุนเข้าปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดนี้อย่างขนานใหญ่จนทำให้จีนสามารถแซงหน้านักลงทุนไทยและเวียดนามในฐานะผู้ลงทุนรายใหญ่ในลาว
       
       เมื่อต้นปีนี้บริษัทไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) จากประเทศไทย และ บริษัทนิวจิบเซ้งโฮลดิงส์ ซึ่งเป็นบริษัทในลาว ได้ตกลงจับมือกับบริษัทผู้ผลิตยางพาราขนาดใหญ่อันดับ 2 จากสาธารณรัฐประชานจีนขยายการปลูกยางพาราใน 6 แขวง รวมเป็นเนื้อที่ราว 30,000 เฮกตาร์ หรือ กว่า 187,000 ไร่
       
       ก่อนหน้านั้นบริษัทดั๊กลักรับเบอร์ (Dak Lak Rubber Co) จาก จ.ดั๊กลัก ของเวียดนามได้รับอนุญาตเข้าทำสวนยางในเนื้อที่กว่า 20,000 ไร่ทางภาคใต้ของลาว
       
       ก่อนหน้านั้นบริษัทของรัฐบาลเวียดนามอีกแห่งหนึ่งก็ได้รับอนุญาตจากทางการลาวเข้าทำสวนยางเนื้อที่นับแสนไร่ในแขวงภาคใต้ของประเทศ
       
       การลงทุนของนักลงทุนจีน ไทยและเวียดนาม มีทั้งในรูปแบบเช่าที่ดิน 30 ปีทำสวนยางโดยตรงซึ่งมีการจ้างแรงงานในท้องถิ่น กับอีกอย่างหนึ่งคือรูปแบบเกษตรพันธะสัญญา (Contract Farming) โดยส่งเสริมในเกษตรกรลาวปลูกยางในที่ดินของตนเอง ผู้ลงทุนรับซื้อผลผลิตในราคาประกัน
       
       เกษตรกรลาวที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้ปีละ 6,000-8,000 ดอลลาร์จากสวนยาง 1 เฮกตาร์ (6.25 ไร่) เป็นรายได้ที่ดีกว่าพืชเศรษฐกิจอื่นๆ รวมทั้งจากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศด้วย
       
       ในปี 2549 เกษตรกรลาวผลิตยางได้ 1,360 กก.ต่อเฮกตาร์ ในนั้นสร้างกำไรให้ประมาณ 800 ดอลลาร์ เทียบกับการทำนาซึ่งได้ข้าว 1,500 กก.ต่อเฮกตาร์ และมีกำไรเพียง 146 ดอลลาร์ หรือการปลูกฝิ่นซึ่งได้ฝิ่นดิบ 8 กก.ต่อเฮกตาร์ กำไร 903 ดอลลาร์

       ปัจจุบันในจีนผลิตยางได้เพียง 4 ล้านตันต่อปี คาดว่าในปี 2563 จะต้องใช้ถึง 30% ของความต้องการในทั่วโลกนั่นคือ 11.5 ล้านตันต่อปี แซงหน้าสหรัฐฯ ซึ่งเมื่อปี 2545 บริโภคยาง 3.45 ล้านตัน หรือ 18.2% ของปริมาณทั่วโลกในปีนั้น
       
       ความต้องการใช้ยางพาราในจีนเพิ่มสูงขึ้นจากอุตสาหกรรมประกอบรถยนต์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว คาดว่าในปี 2563 จีนจะผลิตรถยนต์ออกสู่ตลาดโลกประมาณ 200 ล้านคัน จาก 10 ล้านคันเมื่อปี 2548
       
       ความต้องการยางที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมายในจีนได้ทำให้ราคาในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อเร็วๆ นี้ อ้างรายงานของสมาคมอุตสาหกรรมยางจีน (China Rubber Industry Association) ที่คาดว่าในปี 2553 ความต้องการยางในจีนจะพุ่งขึ้น 35% เป็น 6.83 ล้านตัน
       
       เพื่อสนองความต้องการดังกล่าว จีนได้ใช้ผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ของลาวเป็นสวนยางหลังบ้าน
       
       ผู้ที่ทราบเรื่องดีรายหนึ่งกล่าวว่า ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของลาวเพียงแห่งเดียว ปัจจุบันจีนได้ทุ่มลงทุนทำสวนยางพาราไม่ต่ำกว่า 20 ล้านดอลลาร์ จากการลงทุนจากจีนทั้งหมดมูลค่า 26 ล้านดอลลาร์ในจังหวัดเหล่านั้น
       
       ขณะที่การปลูกยางพารากำลังขยายออกไปอย่างกว้างก็ได้ทำให้เกิดความห่วงใยต่อสภาพแวดล้อมขึ้นมา ทางการลาวได้พบว่ามีการขยายพื้นที่เพาะปลูกรุกล้ำเข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติอย่างกว้างขวาง
       
       สัปดาห์ที่แล้วสภาแห่งชาติลาวได้ผ่านร่างแก้ไขกฎหมายป่าไม้ออกมาบังคับใช้ ซึ่งในนั้นมีการเจาะจงเกี่ยวกับผืนดินผืนป่าอย่างชัดเจน และห้ามโครงการลงทุนการเกษตรต่างๆ การรุกป่าสงวนอย่างเด็ดขาด.

                                                            ****************

*** น้าหลุยส์ เก็บมาฝาก ***

   1 เฮกตาร์ = 6.25 ไร่     

   1 เฮกตาร์ = พื้นที่ของสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่แต่ละด้านยาว 100 เมตร ( 10,000 ตารางเมตร)

   เฮกตาร์ (hectare) คือหน่วยของพื้นที่ ย่อว่า ha 

หน่วยของไทย

1 ตารางวา = 4 ตารางเมตร
1 งาน = 100 ตารางวา = 400 ตารางเมตร
1 ไร่ = 4 งาน = 400 ตารางวา = 1,600 ตารางเมตร
 

yushi_01.gif

 

จากหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ฉบับ วันที่ 10 ธันวาคม 2550

'ยางพาราไทยไปได้สวย

ตลาดโลกต้องการมาก...

ยางพารา เป็นสินค้าเกษตรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของไทยและต่อผู้เกี่ยวข้องทั้งที่เป็นเกษตรกรและบุคลากรอุตสาหกรรมยางในประเทศอีกกว่า 6 ล้านคน เห็นได้จากรายได้ของการส่งออกวัตถุดิบยาง ผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป ไม้ยางพาราแปรรูปและสินค้าผลิตภัณฑ์ไม้ในปี 2549 มีมูลค่ารวมถึง 322,964 ล้านบาท และตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2550 ประเทศไทยมีการส่งออกวัตถุดิบยางธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ยางไปแล้วประมาณ 2,153,630 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 138,641.37 ล้านบาท โดยมีตลาดส่งออกหลัก คือ จีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และสหภาพยุโรป 
 
นายสุขุม วงษ์เอก ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร กล่าวถึงข้อมูลการคาดการณ์ปริมาณการใช้และการผลิตยางขององค์การศึกษาเรื่องยางระหว่างประเทศ (International Rubber Study Group : IRSG) ล่าสุดว่า การใช้ยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ของตลาดโลกในปี 2553 จะสูงกว่าปี 2549 ร้อยละ 17 และ ร้อยละ 13 ตามลำดับ  โดยการใช้ยางธรรมชาติจะเป็น 10.5 ล้านตัน และยางสังเคราะห์ 14.3 ล้านตัน ขณะที่คาดการณ์การผลิตยางธรรมชาติปี 2553 จะเป็น 10.42 ล้านตัน ซึ่งใกล้เคียงกับการใช้ยางจึงไม่น่าจะเกิดภาวะยางล้นตลาด
 

นอกจากนี้ IRSG ยังได้ประเมินการผลิตยางของประเทศผู้ผลิตยางโลกจนถึงปี 2563 คาดว่า จะมีปริมาณการผลิตยางธรรมชาติ ไม่น้อยกว่า 12.4 ล้านตัน เกือบทุกประเทศมีแนวโน้มการผลิตเพิ่มขึ้น ยกเว้นมาเลเซีย และศรีลังกา อีกทั้งยังคาดการณ์ว่า ปริมาณการใช้ยางของตลาดโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 13.8 ล้านตันด้วย  ซึ่งอาจเกิดภาวะขาดแคลนยาง และน่าจะเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ราคายางธรรมชาติทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อไปได้
 
ในส่วนของไทยซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางธรรมชาติรายใหญ่ของโลก คาดการณ์ว่า ปี 2550 นี้ จะมีกำลังการผลิตยางประมาณ 3.3 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2549 ที่ผลิตได้ จำนวน 3,136,993 ตัน ซึ่งจะเห็นได้ว่า ปริมาณการผลิตยางของไทยเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก ถ้าการประเมินความต้องการใช้ยางโดย IRSG ถูกต้อง ราคายางของตลาดโลกน่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่สูงต่อเนื่อง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจของจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ และเศรษฐกิจของอินเดียซึ่งกำลังมีการใช้ยางธรรมชาติเพิ่มขึ้น

จากการจัดทำโครงการส่งเสริมการปลูกยางในเขตปลูกยางใหม่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 1 ล้านไร่ ตั้งแต่ปี 2547-2549 คาดว่าจะมีผลผลิตยางเพิ่มขึ้น โดยเริ่มออกสู่ตลาดในปี 2554 เป็นต้นไป และผลผลิตจะออกเต็มที่ราวปี 2555-2560  ไม่น้อยกว่า 2 แสนตัน/ปี ซึ่งไม่น่าส่งผลกระทบต่อการใช้ยาง เนื่องจากปริมาณผลผลิตยังน้อยกว่าความต้องการใช้ยางของโลกที่เพิ่มสูงขึ้น 3-4 แสนตัน/ปี ประกอบกับหากไทยมีการวางแผนพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปยาง สนับสนุนให้มีอุตสาหกรรม ที่ใช้ยางพารามากขึ้น พร้อมส่งเสริมการผลิตผลิตภัณฑ์ยางเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้น อาทิ ยางล้อยานยนต์ ถุงมือยาง ยางยืดและยางรัดของ รองเท้าและอุปกรณ์กีฬา สายพานลำเลียง รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในงานก่อสร้างและวิศวกรรมอื่น ๆ คาดว่า จะช่วยลดการพึ่งพาการส่งออกยางในรูปวัตถุดิบ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ยางธรรมชาติที่ผลิตได้ ทำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการของไทยได้รับผลตอบแทนจากยางที่ผลิตเพิ่มขึ้น
 

ปัจจุบันประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกยางพารากว่า 14.34 ล้านไร่ มีผลผลิตเฉลี่ย 284 กิโลกรัม/ไร่/ปี โอกาสในการขยายกำลังการผลิตยางธรรมชาติของไทยอาจทำได้โดย การขยายพื้นที่ปลูก และ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Yield Improvement) ซึ่งจากการประเมินศักยภาพการผลิตยางในภูมิภาคต่าง ๆ โดยใช้ข้อมูลปัจจัยทางดิน น้ำ และภูมิอากาศ นำมาหาความสัมพันธ์กับผลผลิตยาง พบว่า ไทยมีพื้นที่ที่สามารถเปิดกรีดให้ผลผลิตยางได้ภายในเวลา 7 ปี และให้ผลผลิตยางมากกว่า 250 กิโลกรัม/ไร่/ปี มีจำนวน 15.08 ล้านไร่ และมีพื้นที่ที่มีศักยภาพการผลิตยางระหว่าง 200-250 กิโลกรัม/ไร่/ปี อีกถึง 29.56 ล้านไร่
 
นอกจากความเหมาะสมของพื้นที่ปลูกแล้ว การใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ถูกต้องและเหมาะสม เช่น การใช้พันธุ์ยางที่มีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการสวน การใส่ปุ๋ยและการกรีดยาง ยังสามารถช่วยเพิ่มปริมาณผลผลิตยางของประเทศได้โดยไม่ต้องขยายพื้นที่ปลูกใหม่

 

อย่างไรก็ตาม การที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมยางไทยให้เป็นไปอย่างยั่งยืนและมีศักยภาพสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก จำ เป็นต้องส่งเสริมสนับสนุนให้มีการใช้ยางและผลิตภัณฑ์ยางภายในประเทศ พร้อมเร่งรัดการผลิตผลิตภัณฑ์ยางทั้งเพื่อใช้เองและการส่งออกให้มากยิ่งขึ้น พร้อมรุกขยายตลาดใหม่เพิ่มเติมในต่างประเทศ จะเป็นจุดแข็งและเพิ่มความได้เปรียบให้กับไทย ก้าวล้ำคู่แข่งอย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย และอินเดีย ไปอีกขั้นหนึ่ง.....

 

ปัจจัยหลักในการปลูกยางพารา

 

           บังเอิญได้เอาเรื่องปัจจัยในการปลูกยางพาราไปตอบคอมเมนท์ไว้ที่ บล็อก "torboon" ซึ่งเป็นบล็อกของ CEO Sanook.com เลยคิดว่าน่าจะนำมาลงไว้บนบล็อก "บึงกาฬยางพารา" นี้ด้วยเพื่อเพื่อนๆจะได้หาอ่านกันได้อีกทางหนึ่ง

 

ปัจจัยในการปลูกยางพารา(ยกเว้นมันนี่นะครับเพราะได้เล่าไปแล้ว ตอน"ปลูกยางพาราทั้งทีต้องมีเงินเท่าไหร่กัน")มีดังนี้ แอ่น...แอ้น....แอ๊นนนน

 

ปัจจัยทางดิน

1. เป็นพื้นที่ที่ความลาดชันไม่เกิน 35 องศา ถ้าความลาดชันเกินกว่า 15 องศา จำเป็นต้องทำขั้นบันได
2.
หน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร มีการระบายน้ำดี ไม่มีชั้นหิน หรือชั้นดินดาน
3.
ระดับน้ำใต้ดินต่ำกว่าระดับผิวดินมากกว่า 1 เมตร
4.
เนื้อดินเป็นดินร่วนเหนียวถึงร่วนทราย ไม่เป็นดินเกลือหรือดินเค็ม
5.
ไม่เป็นพื้นที่นาหรือที่ลุ่มน้ำขัง สีของดินควรมีสีสม่ำเสมอตลอดหน้าตัดดิน
6.
ดินไม่มีชั้นกรวดอัดแน่นหรือแผ่นหินแข็งในระดับสูงกว่า 1 เมตร เพราะจะทำให้ต้นยางไม่สามารถใช้น้ำในระดับรากแขนงในฤดูแล้งได้ และหากช่วงแล้งยาวนานจะมีผลให้ต้นยางตายจากยอด
7.
ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 600 เมตร หากสูงเกินกว่านี้อัตราการเจริญเติบโตของต้นยางจะลดลง
8.
ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ระหว่าง 4.5-5.5 ไม่เป็นดินด่าง

 

ปัจจัยทางภูมิอากาศ
1.
ปริมาณน้ำฝนไม่น้อยกว่า 1,250 มิลลิเมตรต่อปี
2.
มีจำนวนวันฝนตก 120-150 วันต่อปี

พันธุ์ยาง

RRIM600 หรือ RRIT251

ข้อมูลจาก ฝพส./สพอ.-สกย.

 

งานนี้เครดิตต้องยกให้ ฝพส./สพอ.-สกย.และอีกส่วนนึงยกให้CEO Sanook.com   หละครับเพราะท่านเข้ามาคอมเมนท์ที่บล็อกแล้วสรุปไว้ 2ข้อ ผมเลยไปค้นข้อมูลมาขยายต่อ  แวะทักทายชมเบื้องหลังสนุกดอทคอม และ  CEO Sanook.com  ได้ที่บล็อก torboon

 

 

 
 
 


ระบบกรีด 2 รอยกรีดให้ผลผลิตสูง

yushi_01.gif

เกษตรฯ วิจัยใช้ระบบกรีด 2 รอยกรีดให้ผลผลิตสูง

ทางเลือกใหม่ของเกษตรกร

 

                                   การพัฒนาวิจัยระบบกรีดใหม่ๆ เป็นสิ่งที่สถาบันวิจัยยางต้องดำเนินการ เพื่อให้ได้ผลผลิตสูง กรีดได้นานที่สุด 20-25 ปี ทำความเสียหายกับต้นยางน้อยที่สุด และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด เพื่อรองรับการขยายตัวของพื้นที่กรีดที่นับวันจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น และเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกรอีกทางหนึ่งนอกเหนือจากระบบกรีดครึ่งลำต้นวันเว้นวัน หรือระบบกรีดสองวันเว้นวัน

           นายสุขุม วงษ์เอก ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากที่ราคายางพุ่งสูง 70-80 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เกษตรกรเร่งกรีดยางโดยเฉพาะภาคอีสาน ขณะนี้พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ใช้ระบบกรีดถี่หรือกรีดหักโหม โดยเฉพาะกับสวนยางที่เริ่มเปิดกรีดใหม่ จะกรีด 4 วันเว้น 1 วัน และกรีด 3 วันเว้น 1 วัน โดยกรีด 1 ใน 3 ของลำต้น ทำให้ผลผลิตที่ได้ต่อวันลดลง รายได้ต่อวันก็น้อยลงตาม ซึ่งหากกรีดเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ จะทำให้เกิดความเสียหายต่อต้นยางเกิดอาการเปลือกแห้ง อายุการกรีดสั้นลง นอกจากนี้ยังมีผลต่อคุณภาพไม้ยางขายได้ราคาต่ำ ส่งผลเสียหายต่อรายได้เกษตรกรและเศรษฐกิจของประเทศที่อาจมีขึ้นในอนาคตข้างหน้า

           กรมวิชาการเกษตร ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาระบบเกษตรกรรม สถาบัน Centre de cooperation internationale en recherche agronomique pour le developpement (CIRAD) ประเทศฝรั่งเศส ได้ทดลองการใช้ระบบกรีด 2 รอยกรีด กับยางพันธุ์ RRIM 600 เพื่อหาระบบกรีดใหม่ที่สามารถเพิ่มผลผลิตน้ำยางให้สูงขึ้นได้ ที่ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ด้วยการกรีดสลับหน้าต่างเป็นวิธีการที่เปิดกรีดหน้ายางทั้ง 2 หน้ากรีด ใช้ระบบกรีดครึ่งลำต้น วันเว้นวัน โดยหน้ากรีดแรกเปิดกรีดต่ำที่ระดับ 80 เซนติเมตรจากพื้นดิน หน้ากรีดที่ 2 เปิดกรีดที่รอยกรีดสูงระดับ 150 เซนติเมตรจากพื้นดิน ซึ่งช่วงระยะห่างระหว่าง 2 รอยกรีด 75-80 เซนติเมตรนี้เองทำให้ต้นยางมีเวลาพักเพื่อสร้างน้ำยางได้ โดยปกติต้นยางจะใช้เวลาในการสร้างน้ำยางประมาณ 48-72 ชั่วโมง หรือ 2-3 วัน จึงทำให้กระบวนการสร้างน้ำยางเกิดขึ้นสมบูรณ์ทำให้ผลผลิตสูงขึ้นได้ จากการทดลองนางพิสมัย จันทุมา นักวิชาการเกษตร 8 ว ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา รายงานว่า ผลผลิตยางหลังจากเปิดกรีดในช่วงระยะเวลา 3 ปีแรก การใช้ระบบกรีด 2 รอยกรีดสามารถเพิ่มผลผลิตสูงกว่าการกรีดวันเว้นวัน 24-28% นอกจากนี้จึงได้ทดลองกรีดหลังจากกรีดยาง 7 ปี ก็ยังให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 18%

          ดังนั้น การใช้ระบบกรีด 2 รอยกรีด เป็นระบบกรีดใหม่ที่ให้ผลผลิตสูงกว่าการกรีดวันเว้นวัน 18% และการกรีดวันเว้นวัน ให้ผลผลิตสูงกว่าการกรีดสามวันเว้นวันและกรีดทุกวัน จึงเป็นระบบกรีดที่มีศักยภาพในการเพิ่มผลผลิตและไม่เป็นอันตรายต่อต้นยาง ทั้งยังสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อย เพราะใช้ถ้วยรองรับน้ำยางใบเดียวสลับกันใช้ เพียงแต่เพิ่มค่าขดลวดแขวนต้นยางเท่านั้น ซึ่งจะได้ทำการทดลองต่อไปในระดับไร่นา เพื่อเป็นการขยายผลและเป็นทางเลือกใหม่ให้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่ง

yushi_01.gif

 

 

Statusbar
my song
Background
ออนไลน์
Number of online users in last 3 minutes
น้าหลุยส์
สถานที่ กรุงเทพมหานคร,
ดูรายละเอียดประวัติ
เพื่อน
ลานพยากรณ์อากาศ

(คลิ๊กที่รูปด้านล่าง)

(คลิ๊กที่รูปด้านบน) 

 

เพื่อนต่างเวปบล็อกหัวใจเดียวกัน

Yanet
ตามไปดูถั่วซีรูเลี่ยม พืชคลุมดินที่ชาวสวนยางต่างถามหา

ต้นกล้ากรุ๊ป
การปลูกยางพารา การอนุรักษ์หรือฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ

ลานสุขภาพ

ไทปัน
"ปัน" คือ การให้โดยมิหวังผลตอบแทน

มูลนิธิหมอชาวบ้าน
หมอชาวบ้านเพื่อสุขภาพที่พอเพียง

ไทยคลีนิคดอทคอม
The most visited health website

ชีวจิต
การใช้ชีวิตอย่างเข้าใจธรรมชาติ

สยามเดนทอล ดอทคอม
สารพันเรื่องราวเกี่ยวกับฟัน

ลานธรรม

ศึกษาพระไตรปิฏก
เรียนธรรมะ สาระธรรมจากท่านพุทธทาส

ธรรมจักร
เว็บเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา

ธรรมะไทย
ความรู้เกี่ยวกับธรรมะมากมายที่นี่

Budpage
ธรรมะสบายๆที่นี่

ธรรมะดอทคอม
เว็บไซต์แหล่งศึกษาธรรมสำหรับผู้สนใจ

พระไทยดอทเนต
"รวมเว็บพระพุทธศาสนา"

ธรรมะเดลิเวอร์รี่
ธรรมะเดลิเวอร์ลี่ ส่งถึงที่ ซึ้งถึงใจ "พระมหาสมปอง"

เสถึยรธรรมสถาน
"ส่งเสริมการศึกษาธรรมะ ปฏิบัติธรรมะ และเผยแพร่ธรรมะ"แม่ชีศันสนีย์

ลานพลังงาน

กบนอกกะลา

คลิป VDO

*โลกกว้างๆของยางเส้นกลมๆ*

เปลี่ยนยางพารา

เป็น

ยางรถยนต์

ในรายการ

(คลิ๊กที่รูป)